FacebookTwitterGoogle BookmarksRSS Feed
   

PS17

พฤกษา เรียลเอสเตท เจ้าตลาดอสังหาฯ
เปิดวิลเลต ไลท์ ติวานนท์-แจ้งวัฒนะ1.98 ลบ. 
   

Intuch1

   

We have 841 guests and no members online

   

CPFxx

   

ALL-Hoon

   

GHBx60

   


5 เคล็ดลับ เซฟเน็ตบนแอนดรอยด์ ด้วยวิธีการสุดคูล ที่คุณเองก็ทำได้!

Data Diet : 5 เคล็ดลับ เซฟเน็ตบนแอนดรอยด์ ด้วยวิธีการสุดคูล ที่คุณเองก็ทำได้! หมดกังวลกับการใช้ดาต้าที่แสนจะจำกัด เพียงทำตาม 5 เคล็ดลับง่ายๆ สำหรับผู้ใช้แอนดรอยด์ 1.ลดปริมาณการใช้อินเทอร์เน็ตบนโทรศัพท์มือถือแอนดรอยด์หรือคอมพิวเตอร์ของคุณ ด้วยการเปิดโหมด Chrome Data Saver Mode ตั้งแต่การบีบอัดหน้าเว็บเพจให้มีขนาดเล็กลงไปจนถึงการย้ายรูปภาพต่างๆ ที่มักทำให้หน้าเว็บโหลดช้า ช่วยประหยัดได้สูงถึง 70% 2. ดูวิดีโอต่างๆ ด้วย YouTube แบบออฟไลน์ ซึ่งคุณจะชมวิดีโอบ่อยแค่ไหนก็ได้เท่าที่ต้องการโดยไม่เปลืองค่าเน็ต และไม่ต้องเสียเวลารอวิดีโอโหลดข้อมูลในแต่ล่ะครั้งด้วย 3.ไม่ว่าจะเป็นแถวบ้านหรือจุดมุ่งหมายปลายทางในวันหยุดพักผ่อนของคุณ เรามีวิธีที่ใช้ Google Maps โดยไม่ต้องเชื่อมต่อข้อมูลใดๆ เพียงดาวน์โหลดแผนที่และเชื่อมต่อฟีเจอร์แผนที่คล้ายระบบนำทางแบบ turn-by-turn ก็สามารถใช้งานแผนที่ได้โดยไม่ต้องใช้อินเทอร์เน็ตด้วย Google Maps Offline 4.หาและลบแอปพลิเคชั่นที่ใช้ข้อมูลเยอะเกินความจำเป็นบนเครื่อง ไปที่ setting > และเลือก Data usage บนโทรศัพท์มือถือแอนดรอยด์ ซึ่งคุณอาจแปลกใจกับการใช้ดาต้าของแอปที่แทบไม่เคยเเตะบางตัวที่กำลังโหลดข้อมูลมหาศาลอยู่ตอนนั้น 5.ปิดระบบการอัพเดตแอปแบบอัตโนมัติบนโทรศัพท์มือถือแอนดรอยด์โดยเปิด Google Play และแตะที่ไอคอน 3 เส้นแนวนอนบนหน้าจอด้านบนซ้ายมือ จากนั้นไปที่ Setting และกดเลือก Auto-update apps และเลือก Do not auto-update apps หรือ Auto-update apps เมื่อเปิด Wi-Fi เท่านั้น

PwC ชี้โฆษณาออนไลน์ไทยโตอันดับ 2 ของอาเซียนคาดปี 63 มูลค่าตลาดทะลุ 3 พันลบ.

PwCชี้โฆษณาออนไลน์ไทยโตอันดับ 2ของอาเซียนคาดปี63มูลค่าตลาดทะลุ 3 พันลบ. PwCเผยตลาดโฆษณาออนไลน์ไทยโตแรงติดอันดับ 2 ของอาเซียน คาดมูลค่าตลาดโฆษณาออนไลน์ไทยปี 63 ทะลุ3 พันล้านบาท เหตุใช้งบน้อย แต่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากกว่า ขณะที่มูลค่าการใช้จ่ายโดยรวมผ่านอุตสาหกรรมสื่อและบันเทิงของไทยแตะ 4แสนล้านบาท ห่วงธุรกิจสิ่งพิมพ์ประเภทนิตยสาร-หนังสือพิมพ์ซบเซา โตติดลบในอีก 5ปีข้างหน้า พร้อมเปิด5 เทรนด์สร้างอุตสาหกรรมสื่อฯ โฉมใหม่ นาง ณฐพร พันธุ์อุดม หุ้นส่วนสายงานตรวจสอบบัญชี บริษัท PwCประเทศไทย เปิดเผยถึงผลสำรวจทิศทางอุตสาหกรรมสื่อและบันเทิงทั่วโลกระหว่างปี 2559-2563(Global entertainment and media outlook 2016-2020)ว่า โฆษณาออนไลน์ (Internet advertising)ยังเป็นธุรกิจที่เติบโตมากที่สุดในอุตสาหกรรมสื่อและบันเทิงของไทย จากผลสำรวจพบว่า มูลค่าการใช้จ่ายผ่านโฆษณาออนไลน์ของไทยเติบโตอย่างรวดเร็วเป็นประวัติการณ์ โดยคาดการณ์ในปี 2563มูลค่าการใช้จ่ายผ่านโฆษณาออนไลน์จะอยู่ที่ 3,100ล้านบาท เติบโต 117% จากคาดการณ์ปี 2559 ที่ 1,400ล้านบาท ขณะที่อัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีของตลาดโฆษณาออนไลน์ไทยในช่วง 5 ปีข้างหน้า (2559-2563)อยู่ที่22.5% “ไม่น่าแปลกใจที่ตลาดโฆษณาออนไลน์ของไทยจะเติบโตอย่างโดดเด่นมากในช่วง 5 ปีต่อจากนี้ เพราะจำนวนคนไทยที่เข้าถึงอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้น จึงทำให้ธุรกิจต่างๆ หันมาสนใจทำโฆษณาผ่านตลาดนี้มากขึ้น เนื่องจากสื่อประเภทนี้ใช้งบน้อยกว่า แต่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายเฉพาะได้รวดเร็วและมากกว่าสื่ออื่น นอกจากนี้ ลูกเล่นใหม่ๆ บนสื่อสังคมออนไลน์อย่างการรับสื่อแบบ Liveกำลังได้รับความนิยม เพิ่มความน่าสนใจให้กับตลาด และยังช่วยสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่ลูกค้าอีกด้วย” นาง ณฐพร กล่าว ทั้งนี้ จากข้อมูลของสมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย) พบว่า ปัจจุบันไทยมีผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ต (Internet users) จำนวนทั้งสิ้น 38ล้านคน คิดเป็น 56%ของจำนวนประชากรทั้งหมด และมีผู้ใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ (Social network users) สูงถึง 41 ล้านคน โดย 3 อันดับเครือข่ายสังคมออนไลน์ที่คนไทยนิยมสูงสุด ได้แก่ เฟสบุ๊ก 92.1% ตามด้วย ไลน์ 85.1% และ กูเกิล67% อย่างไรก็ดี ตลาดโฆษณาออนไลน์ของไทยยังมีโอกาสเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยผลสำรวจของ PwC ระบุว่า ปัจจุบันอัตราการใช้งานอินเตอร์เน็ตผ่านสาย (Fixed-line broadband penetration)อยู่ที่28%หากใน 5ปีข้างหน้าธุรกิจโฆษณาทางอินเตอร์เน็ตมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยตามตัวเลขคาดการณ์ข้างต้น ในตอนนั้นอัตราการใช้อินเตอร์เน็ตจะครอบคลุมมากกว่า 1ใน 3ของครัวเรือนไทยทั้งหมด นอกจากนี้ หลังจากที่ผู้ประกอบการของไทยเริ่มทยอยเปิดให้บริการ4G อย่างเต็มรูปแบบเมื่อต้นปี 2559ในอัตราค่าบริการที่ใกล้เคียงกับระบบ 3G จะทำให้จำนวนผู้ใช้อินเตอร์เน็ตบนมือถือความเร็วสูงเป็น 41.4%ของผู้ใช้บริการที่เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตบนมือถือทั้งหมดและผลักดันให้รายได้ในการให้บริการอินเตอร์เน็ตบนมือถือเพิ่มขึ้นจาก 21,000 ล้านบาทเป็น 32,000 ล้านบาทในปี 2563 โฆษณาออนไลน์ไทยโตอันดับ 2 ของอาเซียน นางณฐพร กล่าวว่า หากเปรียบเทียบอัตราการเติบโตของมูลค่าการใช้จ่ายผ่านโฆษณาออนไลน์ของไทยกับบรรดาประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนแล้ว พบว่า ไทยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยอยู่ในอันดับที่ 2 รองจากอินโดนีเซีย ที่มีอัตราเติบโตเฉลี่ยที่ 35.2%หรือคิดเป็นมูลค่า115,000 ล้านบาท ตามด้วยอันดับสาม คือ เวียดนามที่เติบโตเฉลี่ย 18%อันดับสี่ ได้แก่ สิงคโปร์ ที่เติบโตเฉลี่ย 15.5%อันดับห้า ฟิลิปปินส์ที่เติบโตเฉลี่ย 14.8%และอันดับหก มาเลเซีย ที่เติบโตเฉลี่ย13.9% “ด้วยขนาดตลาดออนไลน์ของไทยที่ยังเล็กเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ ในกลุ่มอาเซียน บวกกับความนิยมชมชอบสังคมออนไลน์ของคนไทย ทำให้ตลาดในบ้านเรายังมีศักยภาพในการเติบโตอีกมากในอนาคต” นอกจากนี้ แนวโน้มการเติบโตของตลาดโฆษณาออนไลน์ของไทยถือว่าเป็นไปในทิศทางเดียวกับอุตสาหกรรมสื่อและบันเทิงของโลก โดย PwC คาดการณ์ว่า ใน5ปีข้างหน้า ตลาดโฆษณาออนไลน์โลกจะเติบโตเฉลี่ยที่11.1%ถือเป็นธุรกิจที่มีอัตราการเติบโตสูงสุดเมื่อเทียบกับสื่อประเภทอื่น หรือคิดเป็นมูลค่าถึง 9.1ล้านล้านบาทในปี 2563 ทั้งนี้ ภาพรวมการใช้จ่ายด้านสื่อและบันเทิงของไทยในช่วง 5 ปีข้างหน้า จะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 5% โดยคาดว่า มูลค่าการใช้จ่ายผ่านสื่อและบันเทิงของไทยในปี2563 จะอยู่ราว 4 แสนล้านบาท ซึ่งนอกจากธุรกิจโฆษณาออนไลน์ และการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตจะเป็นตัวหลักช่วยหนุนการเติบโตแล้ว ธุรกิจทีวีและวิดีโอยังเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ช่วยผลักดันยอดการใช้จ่ายในอนาคต คาดว่าในช่วง 5ปีข้างหน้า มูลค่าตลาดนี้จะมีอัตราเติบโตเฉลี่ยต่อปีที่ 14.6% หรือคิดเป็นมูลค่าเกือบ 4.4 หมื่นล้านบาท โดยได้รับอานิสงส์หลักจากธุรกิจเคเบิ้ลทีวี หรือ ธุรกิจให้บริการโทรทัศน์ที่มีการเรียกเก็บค่าสมาชิก (TV Subscription) ตลาดนิตยสารและหนังสือพิมพ์ไทยน่าห่วง นาง ณฐพร กล่าวต่อว่า การเติบโตอย่างรวดเร็วของสื่อออนไลน์ทั่วโลก ส่งผลกระทบต่อธุรกิจประเภทสิ่งพิมพ์อย่างมีนัยสำคัญไม่เว้นแม้แต่ประเทศไทยเอง ซึ่งจากผลสำรวจพบว่า อัตราการเติบโตของมูลค่าการใช้จ่ายโฆษณาผ่านนิตยสารและหนังสือพิมพ์ เฉลี่ยในช่วง 5 ปีข้างหน้านั้นติดลบ โดยคาดว่า อัตราเติบโตเฉลี่ยในช่วง 5 ปีของธุรกิจนิตยสารจะอยู่ที่ -0.6% หรือคิดเป็นมูลค่า12,000 ล้านบาท ณ ปี 2563 ในขณะที่อัตราเติบโตเฉลี่ยของธุรกิจหนังสือพิมพ์ไทยจะอยู่ที่ -0.5% หรือคิดเป็นมูลค่า 37,000ล้านบาทในปี 2563เช่นกัน “ในช่วงปีที่ผ่านมาเราเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ทางธุรกิจของนิตยสารและหนังสือพิมพ์ โดยผู้ประกอบการหลายรายนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการนำเสนอเนื้อหาผ่านแอพลิเคชั่นบนมือถือ หรือย้ายจากการตีพิมพ์เป็นรูปเล่มมาเป็นแสดงผลบนเว็บไซต์มากขึ้น แต่บางรายที่ไม่สามารถปรับตัวได้ก็จำเป็นต้องปิดตัวลงไปพอสมควร” นาง ณฐพร กล่าว จับตา5เทรนด์ เปลี่ยนโฉมอุตสาหกรรมสื่อและบันเทิงโลก นางณฐพร กล่าวทิ้งท้ายว่า จากผลศึกษาของ PwCพบว่า มี5เทรนด์สำคัญของโลกที่จะมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการดำเนินธุรกิจของอุตสาหกรรมสื่อและบันเทิงทั่วโลก ซึ่งสื่อที่ปรับกลยุทธ์ได้ทันจะเป็นสื่อที่อยู่รอดและเติบโตได้อย่างยั่งยืนในอนาคต เทรนด์การเปลี่ยนแปลงเหล่านั้น ได้แก่
  1. ประชากรศาสตร์ (ในปี 2563 วัยรุ่นจะเป็นลูกค้ากลุ่มสำคัญที่จะขับเคลื่อนการเติบโตของอุตสาหกรรมสื่อและบันเทิงทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้บริโภคที่มีอายุต่ำกว่า 35ปี จะเป็นกลุ่มที่มีการใช้จ่ายด้านสื่อและบันเทิงมากที่สุด เนื่องจากสามารถเข้าถึงสื่อได้ดีกว่ากลุ่มคนที่มีอายุมากกว่า และยังมีความพร้อมในการเปิดรับสื่อต่างๆ ในรูปแบบดิจิทัลให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของพฤติกรรมในการดำเนินชีวิต (Digital behaviour)โดยส่วนใหญ่คนกลุ่มนี้เป็นชนชั้นกลางและมีอำนาจในการจับจ่ายใช้สอย
  2. การบริโภค ด้วยช่องทางในการรับสื่อที่หลากหลายมากขึ้น ทำให้ผู้บริโภคสามารถเลือกรับชมสื่อที่มีเนื้อหาตรงกับความต้องการได้เองไม่ว่าบนมือถือ แท็ปเล็ต หรืออุปกรณ์รับชมอื่นๆ ที่ไหน เมื่อไหร่ก็ได้ ด้วยเหตุนี้ ในอนาคตเราจะเห็นการปรับตัวของกลุ่มผู้ให้บริการสื่อแบบดั้งเดิม (Traditional media) หันมาให้บริการลูกค้าแบบหลายช่องทาง (กันอย่างเต็มรูปแบบ ยกตัวอย่าง เช่น เปิดโอกาสให้ลูกค้าชมบางส่วนของภาพยนตร์ที่ต้องการ โดยสามารถกลับมาชมตอนจบในเวลาที่ต้องการ โดยไม่จำกัดช่องทางการรับชมไม่ว่าจะเป็น โทรทัศน์ แล็ปท็อป หรือ สมาร์ทโฟน เป็นต้น
  3. การแข่งขัน ด้วยความที่เนื้อหายังคงเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อการเลือกซื้อสินค้าและบริการของผู้บริโภค ผู้ประกอบการธุรกิจสื่อและบันเทิงต้องมีความสามารถในการนำเสนอเนื้อหาที่มีทั้งความเป็นสากลและเข้ากับกระแสสังคมโลก (แต่ในขณะเดียวกันเนื้อหานั้น ก็ต้องมีความสอดคล้องกับความต้องการของตลาดภายในประเทศ โดยคำนึงถึงรสนิยมและวัฒนธรรมของผู้บริโภคเป็นหลัก
  4. 4.ภูมิศาสตร์ ในอนาคตการเติบโตของตลาดจะย้ายฐานจากฝั่งตะวันตกมาตะวันออก โดยคาดการณ์ว่า ในปี 2560 รายได้จากบ็อกซ์ออฟฟิศของจีน(Box office revenue) จะโตแซงหน้าตลาดสหรัฐอเมริกา ซึ่งหากเกิดขึ้นจริงจะถือเป็นครั้งแรกของที่สหรัฐฯ สูญเสียตำแหน่งเจ้าตลาดในกลุ่มอุตสาหกรรมสื่อและบันเทิง
  5. รูปแบบการดำเนินธุรกิจ (Business models)ในระยะข้างหน้า ผู้ให้บริการสื่อและบันเทิงอาจต้องประยุกต์ใช้ข้อมูลในการวางแผนทางการตลาดมากยิ่งขึ้น เช่น ต้องนำเทคโนโลยีมาใช้ในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า หรือแม้กระทั่งการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เพื่อนำมาพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว มากไปกว่านั้น อุตสาหกรรมสื่อและบันเทิงจำเป็นต้องเปลี่ยนรูปแบบในการดำเนินธุรกิจให้อยู่บนพื้นฐานของการสร้างความไว้วางใจจากผู้บริโภคเป็นหลักอีกด้วย
เกี่ยวกับ PwC PwC (ไพร้ซวอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส) หนึ่งในเครือข่ายบริษัทผู้ให้บริการด้านตรวจสอบบัญชีบริการให้คำปรึกษาด้านภาษีและบริการให้คำปรึกษาทางธุรกิจรายใหญ่ของโลกมีเครือข่ายไปใน157ประเทศทั่วโลกและมีพนักงานมากกว่า208,000คนสำหรับประเทศไทยบริษัทถูกก่อตั้งขึ้นในปีพ.ศ. 2502 โดยมีบทบาทในการช่วยเหลือและให้คำปรึกษาแก่ธุรกิจไทยมานานกว่า57ปีPwCผสมผสานประสบการณ์ความรู้ความสามารถในการทำงานกับลูกค้าข้ามชาติผนวกกับความเข้าใจตลาดภายในประเทศเป็นอย่างดีสิ่งเหล่านี้ล้วนทำให้ชื่อเสียงของPwC เป็นที่ยอมรับและได้รับความไว้วางใจจากภาคธุรกิจต่างๆโดยปัจจุบันมีบุคลากรกว่า1,600คนในประเทศไทย © 2016 PricewaterhouseCoopers. All rights reserved

ปลัดกระทรวงการคลังผูกบัญชีล่วงหน้า บริการกรุงไทย พร้อมเพย์

ปลัดกระทรวงการคลังผูกบัญชีล่วงหน้า บริการกรุงไทย พร้อมเพย์ ดร.สมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง พร้อมข้าราชการผูกบัญชีล่วงหน้า บริการกรุงไทย พร้อมเพย์ บริการโอนเงินและรับโอนเงินแบบใหม่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ โดยมี นางสาวอาริศรา ธรมธัช รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย ให้การต้อนรับ ที่สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง

พาเหรดดารายกขบวนร่วมสร้างสีสัน งานประกันชีวิตแห่งชาติครั้งที่ 17

พาเหรดดารายกขบวนร่วมสร้างสีสัน งานประกันชีวิตแห่งชาติครั้งที่ 17 เตรียมตัวกันให้พร้อม แล้วมาพบกับความสนุกสุดเอ็กคลูซีฟจากศิลปิน ดารา นักร้อง ที่ขนทัพความสนุกมาแบบจัดเต็มในงาน’วันประกันชีวิตแห่งชาตครั้งที่ 17’ภายใต้คอนเซป’Digital Insurance’ ประกันชีวิตยุคใหม่ในโลกดิจิตอล วันที่ 30 กรกฎา พบกับคุณแม่ยังสวย ‘โบว์-แวนด้า สหวงศ์’ที่มาพร้อมกับ ‘น้องมะลิ’ ที่จะมาแจก ความสดใสภายในงาน พร้อมกับเสียงเพลงเพราะๆจากนักร้องตัวแม่ ‘เบน ชลาทิศ’และวันที่ 31 กรกฎาคม พบกับดีว่านักร้องสาวเสียงทรงพลัง “เจนิเฟอร์ คิ้ม” และหนุ่มเสียงเพราะอารมณ์ดี ‘ว่าน ธนกฤต’และพิเศษสุดๆกับรางวัลมากมายภายในงานรวมมูลค่ากว่า 400,000 บาท พบกันในงาน ‘วันประกันชีวิตแห่งชาติ ครั้งที่ 17’ระหว่างวันที่ 30-31 กรกฎาคม 2559 ณ บริเวณชั้น 1 ศูนย์การค้าเซนทรัลพลาซ่า เวสต์เกต จ.นนทบุรี ผู้สนใจติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายสื่อสารองค์กร สมาคมประกันชีวิตไทย 02-679-8080 ต่อ 561-563

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เตรียมจัดงานอบรมให้ความรู้แก่นักออกแบบไทย จาก 'โครงการ Designers’ Room & Talent Thai 2016'

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เตรียมจัดงานอบรมให้ความรู้แก่นักออกแบบไทย จาก 'โครงการ Designers’ Room & Talent Thai 2016' สำนักส่งเสริมนวัตกรรมและสร้างมูลค่าเพิ่มเพื่อการค้า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เตรียมจัดงานอบรมให้ความรู้แก่นักออกแบบไทย จาก 'โครงการ Designers’ Room & Talent Thai 2016' โดยได้รับความร่วมมือจากเหล่ากูรูมืออาชีพ อาทิ ทีม K-Expert กสิกรไทย, แบรนด์ Erb, สยามพิวรรธน์, แบรนด์บีอิ้ง และผู้ทรงคุณวุฒิอีกมากมาย ที่จะมาให้เคล็ดลับในการสร้างและพัฒนารูปแบบธุรกิจ แก่นักออกแบบผู้เข้าร่วมโครงการ จัดขึ้นในวันที่ 25 กรกฏาคม ถึง 4 สิงหาคม นี้ ตั้งแต่เวลา 09.00 น.เป็นต้นไป ณ Knowledge Xchange และ K-Expert Center ผู้สนใจสามารถติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหว รวมทั้งกิจกรรมดีๆ ของ ‘โครงการส่งเสริมการสร้างนักออกแบบไทย’ ได้ที่ www.designers360.net, www.ditp-design.com หรือ Facebook:Talent Thai & Designers' Room ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

หมอเจี๊ยบ ลลนา' ชวนคนไทยเข้าเว็บฯวัดภูมิความรู้ไข้เลือดออกโครงการเดงกี่ มิชชั่น บัส บาโรมิเตอร์ ร่วมทดสอบพร้อม 6 ปท.อาเซียน

หมอเจี๊ยบ ลลนา' ชวนคนไทยเข้าเว็บฯวัดภูมิความรู้ไข้เลือดออกโครงการเดงกี่ มิชชั่น บัส บาโรมิเตอร์ ร่วมทดสอบพร้อม 6 ปท.อาเซียน หลังพระเอกหนุ่ม ปอ ทฤษฎี สหวงษ์ เสียชีวิตด้วยโรคไข้เลือดออก เมื่อต้นปี 2559 ที่ผ่านมา ทำให้หลายคนเริ่มหันมาตระหนักถึงภัยของโรคว่าเป็นโรคที่ร้ายแรงกว่าที่คิด โดยเกิดจากยุงเป็นพาหนะและมีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเร็วที่สุดในโลก เรียกว่าเป็นปัญหาสาธารณสุขของประเทศไทยและสาธารณสุขทั่วโลก แต่เชื่อว่าหลายคนอาจยังไม่รู้จักและเข้าใจโรคนี้มากนัก ในโอกาสวันไข้เลือดออกอาเซียนครั้งที่ 6 กลุ่มรณรงค์สนับสนุนวัคซีนป้องกันไข้เลือดออกในเอเชีย (Asian Dengue Vaccination Advocacy หรือADVA) จึงได้เปิดตัวโครงการ เดงกี่ มิชชั่น บัส บาโรมิเตอร์ (Dengue Mission Buzz Barometer) ซึ่งได้จัดทำเว็บไซต์ www.denguemissionbuzz.org เพื่อกระตุ้นความพร้อมในการรับมือโรคโดยให้ความรู้กับประชาชนกลุ่ม 6 ประเทศสมาชิกประชาคมอาเซียน คือ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ เวียดนาม และไทย ร่วมกันทดสอบตอบคำถามเรื่องไข้เลือดออก โดย 'หมอเจี๊ยบ'ลลนา ก้องธรนินทร์ นับเป็นอีกคนหนึ่งที่ตระหนักถึงภัยของโรคไข้เลือดออก จึงได้เชิญประชาชนคนไทยเข้าเว็บไซต์ฯ เพื่อวัดภูมิความรู้ไข้เลือดออกเพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือโรคฯ โดยได้กล่าวเชิญชวนผ่านไอจีตัวเองว่า “เจี๊ยบ ขอเป็นส่วนหนึ่งในกระบอกเสียง เพื่อประชาสัมพันธ์ให้เพื่อนๆ ทุกท่าน ร่วมกันทำแบบทดสอบวัดระดับความรู้เรื่องไข้เลือดออก เพื่อเตรียมความพร้อมด้านไข้เลือดออกที่กำลังระบาดในตอนนี้นะ โดยสามารถเข้าไปทำแบบทดสอบที่ www.denguemissionbuzz.org เรียกได้ว่าเป็นแบบทดสอบดีๆ ที่จะสามารถช่วยให้ประชาชนตระหนักรู้เกี่ยวกับโรคไข้เลือดออกและการป้องกันโรคมากขึ้น ขณะเดียวกันก็กระตุ้นให้เพื่อนๆเฝ้าระวังไข้เลือดออกมากยิ่งขึ้นค่ะ ทำแบบทดสอบเสร็จแล้วอย่าลืมแชร์ให้เพื่อนๆของท่านเข้าไปร่วมทำแบบทดสอบ พร้อม #denguemissionbuzz..” ปัจจุบันมีผู้ติดเชื้อโรคไข้เลือดออก เกือบ 400 ล้านคนทุกปีในช่วง 50 ปีที่ผ่านมาไข้เลือดออกแพร่จากที่เคยปรากฏอยู่ในไม่กี่ประเทศกลายเป็นระบาดใน 128 ประเทศ อุบัติการณ์ของโรคเพิ่มขึ้นถึง 30 เท่าในช่วงเวลาดังกล่าว

เวลพาโน่ รับรางวัล SMEs สร้างอาชีพ อะวอร์ดครั้งที่ 3 ภายใต้ชื่อรางวัล The Best Creative Business รางวัลสร้างสรรค์ธุรกิจยอดเยี่ยม

เวลพาโน่ รับรางวัล SMEs สร้างอาชีพ อะวอร์ดครั้งที่ 3 ภายใต้ชื่อรางวัล The Best Creative Business รางวัลสร้างสรรค์ธุรกิจยอดเยี่ยม แบรนด์WELPANO (เวลพาโน่) ฉีกความต่างสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์สกินแคร์คิดค้นโดยเภสัชกรสูตรดูแลผิวบอบบางแพ้ง่ายรักษาตรงจุด เน้นเจาะกลุ่มหญิงชายผิวแพ้ง่าย-หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรสามารถใช้ได้ปลอดภัยสูงไร้ผลข้างเคียงการันตีรับรองโปรดักส์โดย dermatologist-testedปลื้ม !ลูกค้าไว้วางใจบอกต่อจนเป็นที่นิยม โดนใจกรรมการได้รับรางวัล SMEs สร้างอาชีพ อะวอร์ดครั้งที่ 3 ภายใต้ชื่อรางวัล The Best Creative Business รางวัลสร้างสรรค์ธุรกิจยอดเยี่ยม เภสัชกรหญิง ณพนรี เจียรดำรงรัศมี ตำแหน่งผู้บริหาร ภายใต้แบรนด์WELPANO(เวลพาโน่)เปิดเผยว่า “สำหรับตัวเอง มีแรงบันดาลใจมาจาก ตัวเองเป็นคนผิวแพ้ง่ายมากๆ เมื่อใช้ผลิตภัณฑ์ที่วางขายเคาเตอร์แบรนด์ชั้นนำ ที่มักเคลมว่าเหมาะกับผิวแพ้ง่ายหรือที่วางขายตามร้านขายยาการันตีว่าอ่อนโยนส่วนตัวเมื่อใช้ก็ยังแพ้จึงเกิดแนวความคิดดึงวิชาความรู้ที่ตัวเองจบมาทางเภสัชศาสตร์ นำมาพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับกลุ่มคนผิวแพ้ง่ายโดยเฉพาะ จากส่วนตัวใช้เองด้วยและควบคู่สู่การผลิตจำหน่ายในปัจจุบัน โดยยึดมาตรฐานการผลิตจากโรงงานที่ได้รับมาตรฐานสูงสุด นอกจากนี้ยังได้คัดเลือกเข้ารับรางวัล The Best Creative Business รางวัลสร้างสรรค์ธุรกิจยอดเยี่ยม ของงานประกาศรางวัลเพื่อคนทำธุรกิจ คือ SMEs สร้างอาชีพ อะวอร์ดครั้งที่ 3 “มองว่าตลาดการดูแลผิวแพ้ง่ายมีโอกาสเติบโตสูง เนื่องจากผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์เวลพาโน่ มีจุดเด่นที่ชัดเจนแตกต่างด้านการสร้างสรรค์ไม่เหมือนในตลาดปัจจุบัน วางแนวคิดที่โดดเด่นเพราะทุกผลิตภัณฑ์ของเวลพาโน่ได้รับการคิดสูตรโดยเภสัชกรเจ้าของแบรนด์เจ้าชองแบรนด์ใช้เองทำให้ลูกค้าไว้วางใจ ซึ่งผลิตภัณฑ์ได้ผ่านการทดสอบในผิวบอบบางแพ้ง่ายแล้วว่า ไม่ระคายเคืองผิว เหมาะสำหรับผิวแพ้ง่ายโดยเฉพาะ ทางแบรนด์หลีกเลี่ยงส่วนผสมต่างๆที่มักจะก่อให้เกิดการระคายเคืองผิว เช่น แอลกอฮอล์(alcohol) น้ำหอม(fragrance) เป็นต้น และนอกเหนือจากการผ่านจดแจ้งและอนุมัติ เลขจดแจ้งเครื่องสำอาง จาก อย.แล้วนั้น ผลิตภัณฑ์เรายังได้รับการรับรองdermatologist-tested ทุกขั้นตอนใส่ใจจริงๆ เพื่อให้ลูกค้าได้รักษาผิวหน้าและไม่ทุกข์ใจ คุ้มค่ากับเม็ดเงินและสร้างความประทับใจอีกด้วย “ทั้งนี้การวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์จะใส่ใจลูกค้าเป็นหัวใจหลัก สร้างความพึงพอใจ และได้ผลสำหรับกลุ่มที่มีผิวแพ้ง่าย ลูกค้ามักจะบอกเราเสมอว่า น่าจะเจอเวลพาโน่ตั้งนานแล้ว ขอบคุณที่ผลิต ผลิตภัณฑ์ดีๆสำหรับผิวแพ้ง่ายทุกเพศ ทุกวัย รวมถึงคุณแม่ที่ตั้งครรภ์และให้นมลูก ก็สามารถใช้ผลิตภัณฑ์ของเวลพาโน่ได้อย่างปลอดภัย ไม่มีผลข้างเคียงใดๆต่อลูกน้อย ส่วนใหญ่แล้วลูกค้าจะมีปัญหาผิวจากการใช้แบรนด์อื่นๆมา หรือ ผิวเคยได้รับผลข้างเคียงจากครีมอันตรายมา เค้าก็จะมาปรึกษาเรา เพื่อขอคำแนะนำ และมักจะกลายป็นแบรนด์ประจำตัวเค้าตลอดไป เพราะเค้ามาเจอผลิตภัณฑ์ที่ช่วยตอบโจทย์ปัญหาผิวของเค้าได้อย่างแท้จริง ผลิตภัณฑ์แต่ละอย่างจำหน่ายในระดับราคาปานกลาง อยู่ในช่วง 450-890 บาท มี 3 ผลิตภัณฑ์ อาทิ 1. Welpano cream-gel เป็นเนื้อครีมกึ่งเจลใส เรียกได้ว่าทั้งบำรุงและลดต้นเหตุของการเกิดปัญหาผิว 2. Welpano extra sensitive lotion cleanser เป็นโลชั่นใช้เช็ดก่อนล้างหน้า สำหรับผิวแพ้ง่ายโดยเฉพาะ เพื่อขจัดสิ่งสกปรกที่อยู่บนหน้า เช็ดเครื่องสำอางหรือครีมรองพื้นได้สะอาด และ 3. Welpano facial sunscreen extra light cream SPF50 PA+++ UV protection ซึ่งเป็นครีมกันแดดเนื้อบางเบา ที่ตอบโจทย์ผิวแพ้ง่ายโดยเฉพาะ หมดกังวลว่าจะแพ้ครีมกันแดดอีกต่อไป ลูกค้าจะคุ้มค่ารวมถึงได้ใช้ผลิตภัณฑ์คุณภาพดี นำเข้าวัตถุดิบจากแหล่งที่ดีที่สุดของประเทศนั้นๆ แต่วางจำหน่ายในราคาที่ทุกคนเอื้อมถึงได้ และส่วนใหญ่ลูกค้าจะชอบซื้อผลิตภัณฑ์ในราคาโปรโมชั่นที่เราจัดขึ้น เพราะ1 เซตใช้ได้ต่อเนื่องประมาณ 2 เดือนครึ่ง”เภสัชกรหญิงณพนรี กล่าว ปัจจุบันช่องทางจำหน่ายของแบรนด์ มีช่องทางออนไลน์เป็นหลัก นอกจากนี้ยังมีตัวแทนจำหน่ายทั้งใน กทม.และต่างจังหวัด ส่วนใหญ่ตัวแทนจำหน่ายจะมาจากผู้ที่ใช้ผลิตภัณฑ์จริงๆแล้วประทับใจ หรือพนักงานบริษัทที่อยากหารายได้เสริม ทุกคนจะต้องเคยใช้ผลิตภัณฑ์และเข้าใจผลิตภัณฑ์เป็นอย่างดี จึงจะแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจำหน่าย เน้นการร่วมงานกันแบบคนในครอบครัวเดียวกัน เป็นกันเอง ซื่อสัตย์ ซึ่งการยึดคติในการทำงานซื่อสัตย์และจริงใจกับทุกคนเป็นสิ่งสำคัญจริงๆ อย่างไรก็ตาม ด้านกลยุทธ์การตลาด จะเจาะกลุ่มลูกค้าที่มีผิวแพ้ง่าย พอเค้าได้เข้าใจถึงส่วนผสมที่เราคัดสรรอย่างอ่อนโยนและปลอดภัยกับผิวแล้วนั้น เมื่อเค้าใช้แล้วเห็นผลจริง เค้าจะเป็นคนบอกต่อแบรนด์เราเอง สามารถติดต่อผ่านทาง FB :Welpano Cosmetics: เวชสำอางโดยเภสัชกร Line : @welpano และ www.welpano.com

วิจัยกรุงศรีชี้โครงสร้างส่งออกไทย กลุ่มไหน 'แกร่ง -พลาด - ยังดิ้นรน' ในยุคการค้าโลกชะลอตัว

วิจัยกรุงศรีชี้โครงสร้างส่งออกไทย กลุ่มไหน 'แกร่ง -พลาด - ยังดิ้นรน' ในยุคการค้าโลกชะลอตัว ปัญหาเชิงโครงสร้างไม่ได้ส่งผลกระทบต่อสินค้าส่งออกไทยทุกชนิด พบว่าในสินค้าหลายชนิดยังได้รับผลบวกจากการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างการค้าที่เกิดขึ้น วิจัยกรุงศรีได้วิเคราะห์การขยายตัวของส่วนแบ่งการตลาดของสินค้าไทยและการเติบโตของปริมาณนำเข้าสินค้าชนิดนั้นๆ ในโลก ระหว่างปี 2011-2015 และสามารถแบ่งกลุ่มสินค้าส่งออกไทยได้เป็น 3 ประเภท 'แกร่ง -พลาด - ยังดิ้นรน' Bobby 2640

รู้จักบล็อกเชน (Blockchain) เทคโนโลยีปฏิวัติสังคมโดย สฤณี อาชวานันทกุล

รู้จักบล็อกเชน (Blockchain) เทคโนโลยีปฏิวัติสังคมโดย สฤณี อาชวานันทกุล ล่าสุด หลายคนกำลังตื่นเต้นหรือกังวลกับ 'พร้อมเพย์' (PromptPay) ระบบโอนเงินรูปแบบใหม่ที่ใช้เบอร์มือถือหรือเลขบัตรประชาชนผูกกับเลขบัญชีธนาคารในบรรดาเทคโนโลยีฟินเทคทั้งหลาย ผู้เขียนคิดว่าไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นและทรงพลังมากกว่า 'บล็อกเชน' (Blockchain) เทคโนโลยีเบื้องหลัง 'บิตคอย์น์' (Bitcoin) สกุลเงินอิเล็กทรอนิกส์ ชื่อดัง ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยยังไม่รองรับว่าเป็นเงินที่ชำระหนี้ได้ตามกฎหมายในไทย บล็อกเชนสำคัญกว่าบิตคอย์น์หลายเท่า เพราะมันเป็นมากกว่าฟินเทค แต่เป็นเทคโนโลยีที่มีศักยภาพจะ 'ปฏิวัติสังคม' แทบทุกเรื่องและทุกระดับ! Bobby 2639

Thaipublica Forum 2016#1 Big Data @Life

Thaipublica Forum 2016#1 Big Data @Life 'สุมล กานตกุล' ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ ส่วนงานวิเคราะห์และวางแผนการตลาดเอไอเอสแนะ Big Data ไม่ใช่ถังขยะที่จับทุกอย่างโยนลงไป ภาครัฐ-เอกชนต้องแชร์ข้อมูล ต่อยอดสู่ Thailand 4.0 การใช้ Big Data ไม่ใช่แค่เอา Data มาใช้งานอย่างเดียว การเอามาใช้ต้องมีการแปลความที่ถูกต้องด้วย บางครั้งอาจจะแปลความอะไร ที่ใส่ความรู้สึกลำเอียงเข้าไป พอตีความออกมาทำให้ข้อมูลบิดเบือนได้ Big Data ถ้าใช้ไม่ถูกทางก็เป็นโทษเหมือนกัน Big Data ไม่ใช่เรื่องของการเก็บข้อมูล แต่เป็นเรื่องของการนำข้อมูลมาใช้ ด้วยวัฒนธรรมขององค์กรไทยหลายๆ แห่ง ชอบเก็บข้อมูลไว้ก่อน ยังไม่เอามาใช้ ต้องรอให้ Perfect ก่อนถึงจะเริ่มใช้ พอไม่มีการใช้ Big Data มันก็ไม่ต่างจากเราซื้อถังขยะใบใหญ่ๆ มาใบหนึ่ง แล้วเราก็เก็บทุกอย่างโยนมันลงไปก็คิดว่าวันหนึ่งมันจะมีประโยชน์ เพราะฉะนั้น เราต้องเลิกคิดแบบนี้ พอเราจะหยิบมาใช้ ก็ไม่รู้จะเอาอะไรมาใช้เหมือนกัน เราควรเริ่มนำมาใช้ตั้งแต่บัดนี้ อย่างน้อยการเริ่มต้นของเราจะทำให้เรารู้ว่าข้อมูลที่เรามีแล้วนั้นเพียงพอหรือไม่ เราต้องการหาข้อมูลอะไรเพิ่มเติม การนำข้อมูลเข้ามาใช้ก็จะมีโฟกัส มีเป้าหมายมากขึ้น ไม่ใช่หว่านแหเก็บอะไรมาหมด ท้ายที่สุด Big Data ไม่เห็นเวิร์กเลย หรือถ้าใครมีเงินเยอะหน่อย ก็สงสัยถังขยะเรายังใหญ่ไม่พอ ก็ไปขยายถังขยะให้ใหญ่ขึ้น ท้ายที่สุดมันก็กลับไปสู่วัฏจักรเดิมอีก อยากจะฝากถึงองค์กรที่เริ่มนำ Big Data มาใช้แล้ว ให้ท่านเริ่มนำมาใช้งานให้เกิดประโยชน์ได้แล้ว ไม่ใช้นำข้อมูลมาเก็บไว้ด้วยกัน และก็รอว่าวันหนึ่งมันจะสมบูรณ์ Bobby 2638
ข่าว​เด่น​ทั้งหมด »


   
   

   

SME

   

BAACx60

   

CPALLxx

   
006127319
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
9958
9274
9958
6056867
204458
394887
6127319

Your IP: 54.166.141.206
Sun, 24 Jul 2016 10:40:03 +0000
   
© ALLROUNDER
บริษัท เพาเวอร์ ไทม์ มีเดีย จำกัด
: 387/9 ลาดพร้าว 87 แยก 9 วังทองหลาง กทม.10310
โทรศัพท์ : 081-431-6381 แฟกซ์ : 02-530-4424 
Emai : icorehoon@yahoo.com ,ipipat.n@gmail.com