FacebookTwitterGoogle BookmarksRSS Feed
   

PS17

พฤกษา เรียลเอสเตท เจ้าตลาดอสังหาฯ
เปิดวิลเลต ไลท์ ติวานนท์-แจ้งวัฒนะ1.98 ลบ. 
   

Intuch1

   

We have 531 guests and no members online

   

CPFxx

   

ALL-Hoon

   

GHBx60

   


ดัชนี ปิดบ่ายนี้ที่ 1,444.99 จุด เพิ่มขึ้น 2.33 จุด ซื้อขาย 59,825.37 ล้านบาท

ภาวะตลาดหุ้นไทย : ปิดบวก 2.33 จุด ภาพรวมตลาดอ่อนกว่าภูมิภาค เจอแรงขายทำกำไรระหว่างทางหลังไม่ผ่านแนว 1,450 จุด ตลาดหลักทรัพย์ ดัชนี ปิดบ่ายนี้ที่ 1,444.99 จุด เพิ่มขึ้น 2.33 จุด ซื้อขาย 59,825.37 ล้านบาท การซื้อขายหุ้นวันนี้ ดัชนีหุ้นไทยเคลื่อนไหวทั้งในแดนบวก-ลบ โดยขยับขึ้นแตะจุดสูงสุดของวันที่ระดับ 1,452.08 จุด และดัชนีทำระดับต่ำสุดของวันที่ 1,436.68 จุด ส่วนหลักทรัพย์เปลี่ยนแปลงวันนี้ เพิ่มขึ้น 507 หลักทรัพย์ ลดลง 603 หลักทรัพย์ และไม่เปลี่ยนแปลง 375 หลักทรัพย์ นายชัยยศ จิวางกูร ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บล.โกลเบล็ก กล่าวว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทยวันนี้เคลื่อนไหวอ่อนกว่าตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคเอเชีย เนื่องจากดัชนีฯพอขึ้นทดสอบแนว 1,450 จุด แล้วไม่ผ่านก็ทำให้เจอแรงขายทำกำไรออกมา ขณะที่ตลาดภูมิภาคได้รับ Sentiment บวกจากการคาดการณ์ธนาคารกลางในยุโรปน่าจะออกมาตรการมารองรับผลกระทบจากกรณีที่อังกฤษจะถอนตัวจากสหภาพยุโรป (Brexit) ของอังกฤษ และทางผู้นำสหภาพยุโรป (อียู) ก็ได้ออกมาว่า 27 ประเทศยังรวมกลุ่มกัน พร้อมให้ติดตามการ Preview ผลประกอบการไตรมาส 2/59 ของกลุ่มแบงก์ที่น่าจะได้เริ่มเห็นในสัปดาห์หน้า ซึ่งคาดว่าน่าจะส่งสัญญาณที่ดีขึ้น หลังตัวเลขหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ปรับขึ้นในอัตราที่ชะลอตัวลง และมีการควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีขึ้นด้วย ส่วนวันพรุ่งนี้ (1 ก.ค.) ตลาดหลักทรัพย์ปิดทำการ เนื่องในวันหยุดครึ่งปีธนาคาร แนวโน้มการลงทุนในสัปดาห์หน้า นายชัยยศ กล่าวว่า ดัชนีฯน่าจะแกว่งตัวขึ้นได้ โดยยังมีโอกาสที่จะขึ้นทดสอบระดับ 1,450 จุดได้อีกครั้ง พร้อมให้แนวรับ 1,430 จุด ส่วนแนวต้าน 1,450-1,475 จุด ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่ ADVANC มูลค่าการซื้อขาย 2,207.38 ล้านบาท ปิดที่ 158.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท IVL มูลค่าการซื้อขาย 2,092.91 ล้านบาท ปิดที่ 29.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท KBANK มูลค่าการซื้อขาย 2,041.95 ล้านบาท ปิดที่ 170.00 บาท ลดลง 4.50 บาท KTB มูลค่าการซื้อขาย 1,998.42 ล้านบาท ปิดที่ 16.30 บาท ลดลง 0.40 บาท BANPU มูลค่าการซื้อขาย 1,449.28 ล้านบาท ปิดที่ 14.70 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง อินโฟเควสท์

เด็กแนว : พื้นฐานเปลี่ยนไป

บล.คันทรี่ กรุ๊ป : ครึ่งบ่าย ไม้สั้น สรุปตลาดภาคเช้า   ตลาดภาคเช้าปรับตัวลดลงเล็กน้อย 2.03 จุด ขณะที่ตลาดรอบบ้านปรับตัวเพิ่มขึ้นจากความผ่อนคลายจากประเด็น Brexit โดยกลุ่มที่ปรับตัวลดลงแรงนำโดย กลุ่มธนาคารพาณิชย์ -0.85% และมีแรงขายทำกำไรในหุ้นกลุ่มพลังงาน -0.11% ด้านปริมาณการซื้อขายหนาแน่นที่ระดับ 2.5 หมื่นล้านบาท แนวโน้ม ภาคบ่าย  คาดดัชนีจะแกว่งตัวกรอบแคบ จากที่ตลาดค่อนข้างเงียบเหงาจากปัจจัยที่ค่อนข้างจำกัด และด้วยเป็นวันเทรดวันสุดท้ายก่อนหยุดยาว 3 วัน เราจึงไม่คาดหวังปริมาณการซื้อขายที่หนาแน่น เราแนะนำทยอยสะสมกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากอัตราดอกเบี้ยระดับต่ำ เช่น กลุ่มอสังหาฯ เช่าซื้อ โดยมองว่าด้วยการเกิด Brexit จะส่งผลให้ภาวะเงินฝืดในตลาดคงอยู่และอัตราดอกเบี้ยจะยังคงในระดับต่ำในระยะยาว วิเคราะห์ทางเทคนิคTMC-W1 ราคาปิด 1.77 บาทแนวรับ 1.75 บาท แนวต้าน 2.00 บาทแนว cut หากราคาหุ้นมีโอกาสหลุด 1.70 บาท  กราฟ TMC-W1 ไต่ระดับขึ้นเป็นแบบ Zig Zag โดยกราฟล่าสุดกำลังปรับตัวขึ้นตามแนวตั้งที่มีเป้าหมายในทางเทคนิคที่ 2 บาท ขณะที่เครื่องมือ Momentum กำลังดีดตัวขึ้นมาจากแนว support เช่นกันเป็น buy signal ตามแรงเหวี่ยงที่จะแรงขึ้น แนะนำเข้าซื้อ เด็กแนว :พื้นฐานเปลี่ยนไป BM น้องใหม่ล่าสุดของตลาดหุ้นไทย ที่เข้ามาแล้วก็ติดบ่วงวงจรอุบาทว์อย่างหลีกเลี่ยงไม่พ้น นั่นก็คือขึ้นแรงวันแรก จากนั้นร่วงเป็นผีพุ่งใต้รายย่อยผู้เข้าไปหวังรวยวันแรก คงได้หุ้นลงทุนยาวในพอร์ทเพิ่มอีก 1 ตัว ใครที่ซื้อไปแล้วยังไม่รู้ว่าบริษัททำมาหากินอะไร จงอ่านให้เข้าใจ ธุรกิจคือ (1) ขายรางและท่อร้อยสายไฟฟ้า (2) ตู้สื่อสาร ตู้ไฟฟ้า และตู้โลหะ (3) ตู้ควบคุมไฟฟ้าและโคมไฟฟ้า (4) โลหะเชื่อมประกอบ (5) แม่พิมพ์โลหะ เครื่องมือ และอุปกรณ์ ถึงตรงนี้เด็กแนวจึงต้องมาเป็นกำลังใจให้แก่ผู้แพ้ แต่ทุกอย่างย่อมมีทางออก เพราะข่าวดีมาแล้วนั่นก็คือ เรื่องการวางสายไฟ และโทรคมนาคมจากบนดินสู่ใต้ดินมูลค่า 4.8 หมื่นล้านบาท ในล็อตนี้ถือว่าโอกาสที่ BM จะขายท่อร้อยสายจึงมีความหวังอย่างชัดเจน มูลค่างานมีลุ้นหลายร้อยล้านบาท เลยก็ว่าได้ ยังไงก็ตามราคาหุ้นยิ่งตกก็ยิ่งทำงานหนัก เพราะผู้บริหารแสนขยันอยู่ในระหว่างบุก CLMV เพื่อจ้องร่วมทุนกับกลุ่มทุนต่างประเทศมีการเจรจาไว้แล้ว แต่ที่เป็นความลับฝุดๆ เลยก็คือการเจรจากับญี่ปุ่นคาดว่าจะได้เรื่องใน Q3 นี้ก็คือพันธมิตรญี่ปุ่นซึ่งเคยสั่งสินค้าบริษัทไป ให้เข้ามาถือหุ้นไม่เกิน 25% อันนี้น่าสนใจ เพราะจะทำให้ BM พื้นฐานเปลี่ยนไปอย่างน่าจับตา คอยดูกันนะ กราฟ BM (180 นาที) ดีดตัวขึ่นมาจากระดับ low สุด จากนั้นฟอร์มตัวเป็น Head & Shoulder และ MACD เกิด Buy signal โดยสนับสนุนให้มีการเด้งตัวต่อไปยังไหล่ขวาที่มีแนวต้านสำคัญคือ 4 บาท ถือว่ามีความเป็นไปได้มาก เพราะโวลุ่มกดดันมีน้อยแล้ว แนะนำซื้อสะสม ฝ่ายวิเคราะห์ฯ
loading...

เด็กแนว : รับกันเนื้อๆ

บล.คันทรี่ กรุ๊ป : เด็กแนว วันนี้ เชิญนักลงทุน พบกับเด็กแนวใน Facebook Live ต้นตำรับ 'เจาะข่าว เล่าหุ้น' ที่จะมาสรุปประเด็นการลงทุน หุ้นเด่น และตอบคำถามนักลงทุน แจกของรางวัล เพียงเข้ามาฟังที่ www.facebook.com/CGSlive หรือ www.facebook.com/deknaewzecret ได้ตั้งแต่เวลา 08.45 น. เริ่มตั้งแต่ 30 พ.ค. 59 เป็นต้นไป เด็กแนว :รับกันเนื้อๆ ARROW หวนกลับมาหาเสื้อเชิ้ตแอร์โร่กันอีกที ไม่ผิดหวังที่มองว่าเป็นดีควรสะสม ล่าสุดข่าวดีฝุดๆ เกิดแล้วจึงทำให้ราคาหุ้นเมื่อวานนี้หวือหวาได้ใจอย่างมาก ล่าสุด กฟน. ร่วมมือกับอีก 4 องค์กร ทำฝันให้เป็นจริง เร่งดำเนินโครงการเปลี่ยนระบบสายไฟฟ้าอากาศเป็นสายไฟฟ้าใต้ดินที่ กฟน. กำลังดำเนินการอยู่ ได้แก่ จิตรลดา ปทุมวัน และพญาไท (เพิ่มเติม) นนทรี พระราม 3 รัชดาภิเษก-พระราม 9 รวมถึงโครงการเปลี่ยนระบบสายไฟฟ้าอากาศเป็นระบบสายไฟฟ้าใต้ดินของ กฟน. ระยะที่ 1 รวม 127.3 กิโลเมตร วงเงินลงทุน 48,717 ล้านบาท งานนี้เร็วกว่าที่ ARROW คาดไว้แต่เดิมว่าคงจะเกิดเอาปลายปี แต่เกิดเร็วขึ้นก็ดีเลย เนื่องจากบริษัทได้มีการเสนอในการขายท่อสำหร้บงานใต้ดินเข้าโครงการนี้ราว 1000 ล้านบาทนั่นหมายความว่าเป็นข่าวดีนั่นเอง นอกจากนี้มีงานใหม่ที่เร็วกว่าคาดอีกคืองานรถไฟฟ้าสายสีส้ม และสีเหลืองซึ่งเป็นรถใต้ดิน บริษัทคาดว่าจะได้งานเข้ามาอย่างน้อย 500 ล้านบาท รับกันเนื้อๆ ส่วนผลประกอบการ Q2 นั้นคาดว่าประกาศออกมาสวยงามกว่าปีก่อนมาก เด็กแนวประเมินมูลค่าในปีนี้ที่ยังไม่นับรวมงานวางใต้ดิน จะมีรายได้เฉียด 1,500 ล้านบาท และกำไร 240 ล้านบาท ให้มูลค่าล่าสุด 19.50 บาท เทียบกับราคากระดานที่เด้งขึ้นมาแล้วก็ต้องบอกว่าสบายไร้รอยต่อ ขณะที่กราฟกำลังเข้าสู่แนวขาขึ้นเต็มกำลัง ตอนนี้กราฟใกล้ทดสอบต้านเดิม 15.80 บาท และเป็นไปได้มาก เนื่องจาก MACD เพิ่งตัดผ่านสัญญาณซื้อในที่ต่ำ จึงมีช่วงวิ่งที่ยาว มีโอกาส new high ไม่ยาก ข่าวก็ดี กราฟก็สวย แบบนี้ ต้องมีติดมือไว้ซักหน่อย FVC หุ้นไม่ใช่ไฮโล แต่ก็มีสูงมีต่ำ มีขึ้นมีลงเหมือนกัน ที่ว่าอย่างนั้น เพราะหุ้นไม่ขึ้นตลอด และไม่ลงตลอด จุดสูงควรเป็นจังหวะขายไม่ใช่ไล่ตามไปติดดอย จุดต่ำเมื่อเริ่มนิ่งคือโอกาสในการเก็บหุ้นไม่ใช่ขายหนีเมื่อติดดิน อย่าง FVC นี่เข้าตำรา ลงลึกน่าเก็บ ไม่รู้เหมือนกันว่าจะซุ่มเงียบไปทำไม เหมือนทำอะไรผิด แต่เท่าที่เห็นมีการแอบเปลี่ยนโครงสร้างผู้ถือหุ้น เจ้าของจะรู้หรือเปล่าบอกยาก แต่กลุ่มทุนใหม่นี้ต้องเอาบริษัทไปทำอะไรสักอย่าง เช่นไปรับโครงการใหญ่ หรือไปขยายธุรกิจเกี่ยวกับทางการแพทย์ เพราะ FVC มีการบุกธุรกิจด้านการฟอกไตอย่างจริงจัง รวมทั้งธุรกิจเครื่องกรองน้ำดื่ม มีโอกาสขยายตัวไปยังเชนอาหารญี่ปุ่น รวมทั้ง Fast Food เต็มอัตราศึก เพราะกลุ่มทุนใหม่มีธุรกิจอาหารไป takeover มาหลายที่ มีแววแล้วว่าจะต้องอัดโครงสร้างเหล่านี้เข้ามาในฟิวเตอร์ และทำให้โครงสร้างรายได้น่าติดตามมาก เด็กแนว ประเมินว่า ทั้งการขายเครื่องกรองน้ำ การให้บริการผสมน้ำดื่มในกิจการเครื่องดื่ม การบุกบริการด้านสุขภาพ และการบุกด้านอาหารจะทำให้ FVC พลิกตัวแบบที่คนคาดไม่ถึง ประกอบกับราคาหุ้นลงต่ำ มีสัญญาณ turnaround และการถูกดูดหุ้นจนแห้ง จะเป็นจุดสำคัญที่ทำให้ราคาหุ้นกำลังจะพุ่งแรง หรือไม่ มาดูกัน เพราะกราฟส่งสัญญาณเด้งตัวแบบ Divergence มีแนวต้านให้ลุ้น 2.32 บาท ลงลึกๆ แบบนี้เข้าสะสมถือลืมๆ ไป กลับมาดูอีกทีกำไรอาจเป็นเท่าตัวนะ
loading...

บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส : ภาวะตลาดหุ้นรายวัน30-6-16

บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส : ภาวะตลาดหุ้นรายวัน หุ้นที่เปลี่ยนคาแนะนาทางปัจจัยพื้นฐานวันนี้ : ไม่มี  ปัจจัย&กลยุทธ์ทางปัจจัยพื้นฐาน : ตลาดหุ้นไทยเมื่อวานนี้ปรับขึ้นต่อแต่ไม่ผ่าน 1450 จุด (สูงสุด 1449.90 แล้วอ่อนลงมาปิดที่ 1442.66 หรือ +5.24 จุด) โดยเป็นการเลือกซื้อเป็นรายบริษัทกระจายในกลุ่มต่างๆ ที่โดดเด่น คือ KBANK (หุ้นพื้นฐานแนะนาของเราเมื่อวานนี้), SCB, CK, BCP (1 ในหุ้นเด่นในกลุ่มพลังงานของเรา), SPALI, BIG, KKP, KAMART (หุ้นเล็กที่เราแนะนาอีกตัวหนึ่ง) นักลงทุนสถาบันในประเทศนำซื้อสุทธิ 5.6 พันล้านบาท (ซื้อสุทธิ 2 วันที่ผ่านมาพอๆ กับขายสุทธิไปกว่า 7 พันล้านบาทในวันที่ผลประชามติ UK ออกมา) บ่งชี้ว่ากลับมารักษา Position ใกล้เคียงเดิมแต่อาจมีการเปลี่ยนตัวหุ้นภายในพอร์ต  สาหรับวันนี้ ตลาดควรจะบวกและผ่านขึ้นไปยืนเหนือ 1450 จุดให้ได้จึงจะมีลุ้นไปต่อที่แนวต้านถัดไป ค่าลบเล็กน้อยไม่เป็นไร แต่ต่ากว่า 1438 ดูไม่ค่อยดีให้ Wait & See ก่อนเพราะมีสิทธิลงไปที่ 1425+/- หรือต่ากว่าได้ ส่วนปัจจัยในตลาดยังไม่ได้มีเรื่องใหม่ที่มีน้าหนักมากนักความเห็นเกี่ยวกับผลกระทบ Brexit ยังคล้ายๆเดิม ขณะที่ธนาคารกลางประเทศชั้นนายืนยันออกมาตรการรับมือเรื่องนี้ก็ทาให้ความกังวลผ่อนคลายลงไป ดัชนีเงินดอลลาร์สหรัฐเช้านี้แข็งค่าเล็กน้อย เงินเยนแข็งขึ้นเมื่อเทียบเงินดอลลาร์สหรัฐ ยูโร และเงินปอนด์ ด้านเงินบาทอ่อนลงเมื่อเทียบดอลลาร์สหรัฐแต่ไม่มาก สาหรับปัจจัยที่จะเข้ามามีน้าหนักมากขึ้น คือ Preview ผลประกอบการไตรมาส 2/59 ของบริษัทจดทะเบียน นอกจากนั้นระยะสั้นมากมีประเด็นบวกจาก Window Dressing ด้วย สาหรับหุ้นแนะนาเชิงกลยุทธ์วันนี้เป็น RS การวิเคราะห์ทางเทคนิค : ภาพตลาดเป็นบวก แต่ก็พร้อมเปลี่ยนเป็นลบ ซื้อใหม่เน้นตามด้วยค่าบวก การปรับขึ้นต่อมีแนวต้านระยะสั้น 1450, 1460 จุด ค่าลบที่ต่ากว่าแนวฟิวเตอร์หลัก 1430 จุดดูไม่ดี ในทางเทคนิคแนะนาให้ลดพอร์ตตาม  การ SCAN หุ้นที่มีสัญญาณทางเทคนิคดีและมีโอกาสปรับขึ้น พบว่าหุ้นที่เข้ามาใหม่ คือ BAY, BTS, CBG, STEC, UNIQ ส่วนหุ้นที่ยังอยู่ใน List คือ FSMART, SYNEX, THANI, QTC, FORTH, VIH หุ้นที่หาจังหวะ Take Profit คือ CK, TPOLY หุ้นที่หลุด List -ไม่มี- ปัจจัยต่างประเทศ+ รัฐบาลและธนาคารกลางประเทศชั้นนายืนยันความพร้อมรับมือเมื่อมีประชามติ UK ออกจาก EU  # ธนาคารกลางสหรัฐแถลงการณ์ว่าพร้อมอัดฉีดเงินดอลลาร์สหรัฐเข้าระบบเพื่อเพิ่มสภาพคล่อง  # ธนาคารกลางญี่ปุ่นแถลงการณ์ว่าญี่ปุ่นจะใช้มาตรการทุกๆด้านเพื่อจากัดผลกระทบของ Brexit  # ประธานธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) เรียกร้องให้ธนาคารกลางทั่วโลกกระตุ้นเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวจากภาวะอ่อนแอ  # ผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษประกาศอัดฉีดเงินทุนพิเศษมูลค่า 2.50 แสนล้านปอนด์ หรือราว 3.34 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ผ่านโครงการต่างๆ ที่ธนาคารดาเนินการอยู่ในปัจจุบัน  # บรรดาผู้นาในที่ประชุมผู้นาของสหภาพยุโรป (EU) เมื่อวานนี้ (29 มิ.ย.59) ต่างก็แสดงความมุ่งมั่นที่จะเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน โดยจะรักษาจานวน 27 ชาติสมาชิกไว้หลังอังกฤษลงประชามติออกจาก EU เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว- อังกฤษ : Fitch ปรับลดคาดการณ์ GDP Growth ปี 60-61 เหลือ 1% จากเดิม 2%  Fitch Ratings คาดการณ์ว่าการลงทุนในอังกฤษจะลดลงราว 5% ในปี 60 และดิ่งลง 15% ในปี 61 อันเนื่องจากความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นหลังการลงประชามติออกจากสหภาพยุโรป ขณะที่ธุรกิจบางแห่งกาลังพักการลงทุน และ Fitch ได้ปรับลดคาดการณ์ GDP Growth ของอังกฤษในปี 60 และ 61 ลงสู่ 1% จากเดิม 2%+ สหรัฐ : การใช้จ่ายผู้บริโภคพ.ค.เพิ่มขึ้น ดัชนี PCE พื้นฐานขยับขึ้นต่อ  การใช้จ่ายของผู้บริโภคสหรัฐเดือนพ.ค.59 เพิ่มขึ้น 0.4%MoM เพิ่มเป็นเดือนที่ 2 สอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ ส่วนดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) พื้นฐาน (ไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน) หรือ Core PCE ซึ่งเป็นมาตรวัดอัตราเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ให้ความสาคัญปรับตัวขึ้น 0.2%MoM ในเดือนพ.ค. เมื่อเทียบรายเดือน+ ตลาดหุ้นยุโรป & สหรัฐพุ่งขึ้นต่อในวันพุธ  ดัชนีตลาดหุ้นยุโรปปรับขึ้น 2-3% ส่วนดัชนีตลาดหุ้นอังกฤษพุ่งขึ้น 3.6% ด้านดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐเพิ่มขึ้นอีก 1.6-1.8% ปัจจัยหนุน คือ ความวิตกกังวลเรื่อง Brexit ที่ผ่อนคลายลงจากกระแสคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางชั้นนาของโลกจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อรับมือกับผลกระทบจากปัจจัย Brexit และตลาดหุ้นสหรัฐยังได้อานิสงค์ทางบวกจากการพุ่งขึ้นของราคาน้ามันดิบกว่า 4% ด้วย+ ราคาน้ามันดิบพุ่งขึ้นต่อ...สต็อกน้ามันดิบสหรัฐลดลงเกินคาด  สัญญาน้ามันดิบ WTI ส่งมอบเดือนส.ค.พุ่งขึ้น 2.03 ดอลลาร์ หรือ หรือ 4.2% ปิดที่ 49.88 ดอลลาร์/บาร์เรล ด้าน BRENT พุ่งขึ้น 2.03 ดอลลาร์ หรือ 4.2% ปิดที่ 50.61 ดอลลาร์/บาร์เรล ปัจจัยหนุนสาคัญ คือ รายงาน EIA ที่ระบุว่าสต็อกน้ามันดิบสหรัฐลดลง 4.1 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว สู่ระดับ 526.6 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นการลดลงมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ และสอดคล้องกับรายงานของสถาบันปิโตรเลียมอเมริกัน (API) ก่อนหน้านี้ว่าสต็อกน้ามันดิบสหรัฐลดลง 3.9 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลงเพียง 2.4 ล้านบาร์เรล รวมถึงความกังวล Brexit ผ่อนคลายลง และการใช้จ่ายผู้บริโภคสหรัฐที่ยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง+ ราคาทองคารีบาวด์  สัญญาทองคาตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนส.ค.เพิ่มขึ้น 9 ดอลลาร์ หรือ 0.68% ปิดที่ระดับ 1,326.90 ดอลลาร์/ออนซ์ โดยเป็นผลจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนลง ปัจจัยในประเทศ & หุ้นเด่น+ กลุ่มพลังงาน : คาดกาไร 2Q59 แข็งแกร่ง โดยมีกาไรจากสต็อกน้ามันช่วยหนุน  # ราคาน้ามันดิบ BRENT ปรับขึ้นหลังจากรัฐบาลและธนาคารกลางของประเทศชั้นนาทั่วโลกยืนยันที่จะออกมาตรการรับมือผลกระทบจาก Brexit ทาให้ความวิตกผ่อนคลายลง ล่าสุดเมื่อวานนี้ราคาน้ามันดิบอยู่ที่ 51.32 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มจากระดับปิดในสิ้น 1Q59 ที่ 40.33 ดอลลาร์อยู่ 27%  # เราจึงคาดว่ากลุ่มพลังงานจะมีกาไรจากสต็อกของโรงกลั่น หลังจากราคาน้ามันดิบเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสาคัญในไตรมาส 2 สาหรับหุ้นกลุ่มพลังงานที่ DBSV ทาการวิเคราะห์และยังเหลือ Upside สาหรับการลงทุน คือ BCP (ราคาพื้นฐาน 39 บาท) PTT (ราคาพื้นฐาน 320 บาท) และ PTTGC (ราคาพื้นฐาน 70 บาท)+ RS (ราคาปิด 11.30 บาท) : ผลประกอบการไตรมาส 2/59 ต่าสุดในปีนี้ แล้วจะพลิกฟื้นใน 2H59  # ผลประกอบการ 2Q59 ของ RS มีโอกาสจะอ่อนแอลงและอาจเป็นขาดทุนสุทธิราว 40-60 ล้านบาท เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายในการทาการตลาดผลิตภัณฑ์ความงามและสุขภาพราว 90-100 ล้านบาท (ผลิตภัณฑ์ใหม่ในแบรนด์ MAGIQUE โดยมีมาช่า วัฒนาพาณิช เป็นพรีเซนเตอร์หลัก) และมีการตั้งสารองในธุรกิจเพลงราว 10 ล้านบาท  # แต่...คาดว่าจะเป็นเพียงชั่วคราว และผลประกอบการพลิกกลับเป็นกาไรได้ใน 2H59 หลังจากรายได้จากผลิตภัณฑ์ใหม่โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับสุขภาพและความงามเข้ามาได้มากขึ้น นอกจากนั้นบริษัทยังมีการปรับผังรายการช่อง 8 ด้วยการเพิ่มเวลาละครให้มากขึ้นอีก 30 นาที สาหรับการปรับขึ้นอัตราค่าโฆษณาในปีนี้ทาได้น้อยกว่าที่ตั้งเป้าหมายไว้เพราะการแข่งขันที่สูง และสภาพเศรษฐกิจไม่เอื้ออานวยนัก แต่อัตราค่าโฆษณาในปี 2559 ก็ยังสูงกว่าปี 2558  # บริษัทประเมินว่าการเติบโตของบริษัทในระยะ 1-2 ปีข้างหน้า หลักๆ จะมาจาก 1) รายได้จากผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับสุขภาพและความงามที่จะเติบโตอย่างก้าวกระโดด (โดยจะทาการตลาดทั้งในประเทศและประเทศเพื่อนบ้านด้วย) 2) การปรับขึ้นอัตราค่าโฆษณา และ 3) การปรับปรุงประสิทธิภาพเพื่อทาให้สินทรัพย์ที่มีอยู่ทารายได้และกาไรได้มากขึ้น ซึ่งเราเห็นว่ามีโอกาสสูงที่บริษัทจะประสบความสาเร็จในสินค้าเกี่ยวกับสุขภาพและความงาม เพราะมีช่องทางการตลาดของตัวเอง (ผ่านทีวีดิจิตอลและออนไลน์)  # คาแนะนาเชิงกลยุทธ์ - ซื้อสะสม ราคาพื้นฐานใน Consensus อยู่ที่ 13 บาท ซึ่งมี Upside จากราคาปิด 15% สาหรับการวิเคราะห์ทางเทคนิค แนะนาให้ซื้อตามค่าบวก/หรืออ่อนแต่ไม่หลุด 11 บาท โดยมีแนวต้านระยะสั้น 12.50-13.00 บาท (14.00 บาท) นักวิเคราะห์ : อาภาภรณ์ แสวงพรรค – arparporns@th.dbsvickers.com
loading...

บล.บัวหลวง : ภาวะตลาดหุ้นรายวัน30-6-16

บล.บัวหลวง : ภาวะตลาดหุ้นรายวัน ย่อมาซื้อหุ้น Value plays (เก็บหุ้น PE ต่ำ 10 ที่มีปัจจัยบวกรออยู่) วันนี้คาดดัชนีฯหุ้นไทย เด้งแล้วย่อ จากคาดอาจมีแรงขายทำกำไรระยะสั้น หลังหุ้นไทยแรลรี่ขึ้นมาจากบริเวณ 1,400+/- แนวรับวันนี้คาด 1,433 จุด แนวต้าน 1,450 จุด สัปดาห์นี้ดัขนีฯหุ้นไทยได้ขึ้นรับ Window dressing ทดสอบ แนวต้าน 1,450 จุด (ตามคาด) แนวโน้มสัปดาห์หน้าคาดเป็นสัปดาห์พักฐาน (เพื่อขึ้นต่อ) จากแรงขายทำกำไรของนักเล่นสั้นที่ช้อนซื้อมาในช่วง BREXIT บวกกับ แรงขายหลังจบ Window dressing คาดแนวรับ 1,425/1,430 จุด แนวต้าน 1,450 จุด สำหรับแนวโน้มเดือน กค. คาดขึ้นก่อนในช่วงครึ่งแรกของเดือน รับกระแส แนวโน้มเฟดเลื่อนขึ้นดอกเบี้ย หลังเศรษฐกิจโลกเสี่ยงเพิ่มจากกรณี BREXIT และ ผันผวนในช่วงครึ่งเดือนหลัง โดยอาจพักฐานเพื่อรอ Earning preview ผลการดำเนินงาน บจ. 2Q16 คาดกรอบ 1,380-1,450 จุด หุ้นแนะนำวันนี้ BTS+BTSW3+BTSGIF กำหนดขายซองสายสีเหลือง และ ชมพู 6 กค. นี้ (BTS เล็งสายสีชมพูร่วมกับ STEC ส่วน CK-BEM เล็งสายสีเหลือง) / BCP แนวรับ 31.75 บ. ต้าน 33/34 บ. ไตรมาส 3 นี้จะเป็นช่วงกำหนดสัดส่วนการ Preemptive right หุ้น IPO โรงไฟฟ้าบางจาก (Value play PE ปีนี้แค่ 8.5 เท่า ถูกมากเมื่อเทียบกับธุรกิจปั้มน้ำมัน และ โรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนอื่นๆ ที่เทรดในตลาดซึ่งมี PE เกิน 15 เท่าโดยเฉลี่ย) รายงานพื้นฐาน BLS วันนี้(+) PTTGC เราแนะนำ "ซื้อ" จากระดับราคาปัจจุบันได้สะท้อนความกังวลต่อแนวโน้มกำไรที่จะอ่อนตัวลงในไตรมาส 2/59 ไปมากแล้ว โดยเราคาดว่าผลกำไรสุทธิจะกลับมาสดใสในช่วงครึ่งปีหลัง จากกลุ่มผลิตภัณฑ์โอเลฟินส์ที่คาดว่าจะมีส่วนต่างราคาที่เพิ่มขึ้นผลจากการปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมัน รวมถึง EBITDA margin ฟื้นกลับมาอยู่ที่ 24-25% ในช่วงครึ่งปีหลัง และ กลุ่มผลิตภัณฑ์อะโรเมติกส์ ซึ่งจะได้รับผลดีจากการเลื่อนการเพิ่มกำลังการผลิตทำให้มีมาร์จินสูงขึ้น นอกจากนี้เรามองว่าผลกระทบจาก Brexit จะไม่มีนัยะสำคัญจากการที่มี chemical demand ในปี 2558 จากฝั่งยุโรปเพียง 18% เท่านั้น(+) KBANK ประเด็นจากการประชุมกับทีมผู้บริหารวานนี้ แนวโน้ม NPL ในไตรมาส 2/59 มีโอกาศปรับเพิ่มมาอยู่ที่ 3% สวนทางกับการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญซึ่งลดลง QoQ โดยเราคาดจะเห็นการเติบโตของยอดสินเชื่อราว 7% และส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยราว 3.48% สำหรับปี 2559 ตัวเลขดังกล่าวสอดคล้องกับประมาณการของฝ่ายบริหาร ซึ่งเรามองว่าเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างมีความเสี่ยงต่ำจากการปรับตัวดีขึ้นของเศรษฐกิจ HoH ทั้งนี้เราคาดว่าผลกำไรสุทธิในไตรมาส 2/59 จะปรับตัวดีขึ้นราว 19% QoQ แต่คงที่ YoY โดย KBANK ยังมีแผนการขยายการเติบโตไปสู่กลุ่ม AEC+3 เพื่อสร้างการเติบโตที่ยังยืนในอนาคต เราแนะนำ "ซื้อ"(+) ข่าวดีล่าสุดสำหรับกลุ่ม อาหาร เมื่อไทยถูกปรับอันดับขึ้นไปอยู่ใน Tier 2 จากการจัดอันดับล่าสุดของสหรัฐฯ ซึ่งส่งผลดีต่อภาพลักษณ์ของอุตสากรรมอาหารในประเทศไทย ทางด้านผลกระทบของ Brexit ต่อกลุ่มอาหาร เราให้น้ำหนักไปที่ความเสี่ยงในระยะสั้นหรือ ความเสี่ยงเรื่องค่าเงิน โดยเรามองว่าหุ้นที่จะได้รับผลกระทบน้อยที่สุดในกลุ่มคือ CPF จากการที่ไม่มีการดำเนินธุรกิจที่ตั้งอยู่ในกลุ่มประเทศยุโรปเลย ขณะที่สัดส่วนการส่งออกไปยังยุโรปมีเพียง 2.7% เท่านั้น หุ้นมีประเด็น (+) TPBI เล็งใช้ฐานการตลาดที่มีอยู่ในอังกฤษ รุกตลาดถุงพลาสติกในอังกฤษ (UK) มากขึ้น โดยเห็นโอกาสในการทำกำไรจากตลาด UK เพิ่ม หลังสิทธิประโยชน์ภาษีบรรจุภัณฑ์พลาสติก 0% ที่ UK ได้รับจากการซื้อบรรจุภัณฑ์จาก EU หมดลง หลังออกจาก EU (ที่มา ASPEN)(+) BCP ไตรมาส 3 นี้ จะเป็นช่วงกำหนดสัดส่วนการจองซื้อหุ้น IPO ธุรกิจโรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์ม (Preemptive right โดยผู้ถือหุ้นแม่มีสิทธิ์ได้จัดสรรหุ้น IPO ก่อน) (ที่มา ASPEN) (+) ILINK ITD กฟน.เผยตอนนี้เหลือผู้ผ่านคุณสมบัติงานประมูลสายไฟฟ้าลงดิน ช่องนนทรี เหลือเพียง 3 ราย คือ ILINK ITD และ 1 ราย อยู่นอกตลาดหลักทรัพย์ จากทั้งหมด 6 ราย กฟน.คาดว่าจะเคาะราคาประมูลได้ 21 กค.นี้เดือน สค. จะเปิดขายซอง งานสายไฟฟ้าลงดิน เส้นพระราม 3 อีกมูลค่า 5 พันล้านบาท (ที่มา กฟน./ อินโฟเควสท์)ด้านนายกสั่งเร่งทำท่อร้อยสายไฟลงใต้ดิน ภายใน 5 ปี งบ 4.8 หมื่นล้านบาท 127 กม. 39 เส้นทาง กทม. เชียงใหม่ ภูเก็ต นำร่อง (ที่มาไทยโพสต์) (+) โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม (ศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี) 6 สัญญา จะขายซองประมูล 1 กค.นี้ (ที่มา ผู้ว่า รฟม. /อินโฟเควส์ ASPEN) (+) BTS โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายทั้ง 2 ด้าน ผ่าน EIA แล้ว จะเสนอ ครม.ต้นปี 60 (BTS ได้งานเดินรถ) (ที่มา ผู้ว่า รฟม. /อินโฟเควส์ ASPEN)(+) BEM BTS สายสีชมพู กับ สีเหลือง จะเปิดขายซองประมูล 6 กค - 6 สค. คาดรู้ผลประมูล กพ. 60 (ที่มา ผู้ว่า รฟม. /อินโฟเควส์ ASPEN)(+) IFEC SUPER EA GUNKUL กลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนจากลม: “จีอี” ประกาศเดินหน้ารุกธุรกิจกังหันลมผลิตไฟฟ้า หลังภาครัฐไทยเดินหน้าแผนผลิตไฟจากลม ภายใน 3 ปี กว่า 1.5 พันเมกะวัตต์ / สะท้อนอนาคตโรงไฟฟ้าพลังงานลม มีโอกาสได้งานเพิ่มอีกมากจากภาครัฐฯ ขณะที่ผู้ผลิตกังหันรายใหญ่เข้ามาลงทุนเพิ่ม คาดต้นทุนก่อสร้างจะถูกลงอีกในอนาคต จากการแข่งขันผลิตและจำหน่ายกังหันให้โรงไฟฟ้า (ที่มา ไทยโพสต์) ปัจจัยที่มีผลต่อตลาด (+) เมื่อวาน มีการประชุมสุดยอดผู้นำยุโรป EURO summit ที่บรัสเซล สร้างความหวังต่อมาตรการเยียวยาเศรษฐกิจยุโรปหลัง BREXIT (ที่มา Bloomberg) (0) พฤหัส US Chicago PMI (Jun) คาด 50.5 จาก 49.3, EURO area HICP inflation มิย.คาด 0% จาก -0.1%, อังกฤษ GDP 1Q16 3rd คาด +0.4% คงที่, ญี่ปุ่น Industrial production พค. คาด -0.1% จาก 0.5% m-m, ธ.กลางไต้หวันคาดลดดอกเบี้ย เหลือ 1.38% จาก 1.5%,เกาหลีใต้ Industrial production คาด -1% จาก -2.8% (ที่มา Bloomberg)(+) ศุกร์ US ISM มิย. คาด 51.5 จาก 51.3, สเปน PMI Mfg, จีน Official PMI (มิย.) 50.1 คงที่, ไทยเงินเฟ้อ CPI มิย. +0.5%, เกาหลีใต้ ส่งออก มิย. -11.3% จาก -6% y-y (ที่มา Bloomberg) วิกิจ ถิรวรรณรัตน์ Tel. (662) 618-1336นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน/ปัจจัยทางเทคนิค
loading...

บล.ฟิลลิป : ส่องตลาด...ภาคบ่าย30-6-16

บล.ฟิลลิป : ส่องตลาด...ภาคบ่าย แนวโน้มภาคบ่าย : Sideways ในกรอบ ระวังแรงขายช่วงกลางสัปดาห์หน้า หลังหมดแรงหนุนจาก Window Dressing โดยสถิติชี้ว่าโอกาสการย่อตัวของตลาดจะมีเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญโดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงหลังจากวันที่ 4 ก.ค. (อ่านเพิ่มได้ใน Quant Series วันที่ 29 มิ.ย. ที่ผ่านมา) ตลาดยังไม่มีปัจจัยใหม่ๆ คาดยังปรับตัวในกรอบ Sideways Up แต่ด้วย Upside ที่ค่อนข้างจำกัด เน้นเก็งกำไรระยะสั้น มองการย่อวันนี้ไม่ควรปิดต่ำกว่า 1437 หากจะลุ้นไป 1450 – 1460 ต่อไป อย่างไรก็ดีหากยืนไม่อยู่อาจย่อลงไปที่ 1425 จุดก่อน กรอบบ่ายมอง 1425 –1450 จุดพอร์ตระยะสั้น : คงสัดส่วนหุ้นไม่เกิน 40-60% ถือสถานะ AOT,PTTGC, TWPC, ERW และ Short THAI ทำกำไร VIBHA ไปได้กำไรราว 5.6% แนวโน้มตลาดหุ้นไทยภาคบ่ายในเชิงเทคนิค  กราฟ 60 นาทีเกิดสัญญาณขายจากทั้ง MACD และ ModifiedStochastic บ่ายจึงดูไม่มีน้ำหนักในทางบวก เน้นขายก่อน อ่อนค่อยตั้งรับ ประเมิน แนวรับที่ 1433-1430 จุด แนวต้านปรับลงที่ 1445-1450 จุด หุ้น/ราคา ความเห็นCPALL/50.25 เหวี่ยงขึ้น ด้วยสัญญาณบวกจากเครื่องมือและแรงซื้อที่เข้า คาดว่าจะผ่าน High ก่อนหน้าขึ้นไปได้ “เก็งกำไร” แนวรับ 49.75 แนวต้าน 52.00 Cut loss 49.00 บ.LH/9.10 เคลื่อนตัวบน EMA ระยะสั้น พร้อมสัญญาณซื้อและ Volume ที่หนาแน่น คาดเดินหน้าต่อได้“เก็งกำไร” แนวรับ 9.00 แนวต้าน 9.25 Cutloss 8.90 บ.MAJOR/33.00 ค่อยๆ ขึ้นแบบ Sideways up ตามจังหวะเหวี่ยงตัวน่าจะทดสอบยอดก่อนหน้าได้อีกครั้ง“เก็งกำไร” แนวรับ 32.50 แนวต้าน 34.00 Cut loss 32.00 บ.
loading...

บล.กรุงศรี : แนะนำ หุ้นทางเทคนิครายวัน30-6-16

บล.กรุงศรี : แนะนำ หุ้นทางเทคนิครายวัน SET Index 1,442.66 +5.24จุด +0.36% มูลค่าการซื้อขาย 62,743 ล้านบาท ซื้อ/ขายสุทธิแยกตามกลุ่มผู้ลงทุน (ล้านบาท)  นักลงทุนสถาบัน +5,641 ล้านบาท นักลงทุนต่างประเทศ -294 ล้านบาท   นักลงทุนรายย่อย -6,095 ล้านบาท บัญชีบริษัทหลักทรัพย์ +748 ล้านบาท คาดการณ์กรอบดัชนี   แนวรับ 1425 1410 1400   แนวต้าน 1450 1455 1460 คาดการณ์   มุมมองทางเทคนิค - กราฟล่าสุดภาพ SET กลับมาแกว่งตัวบริเวณ MA25 และ MA10 ทำให้รูปแบบเกิดเป็นแนวโน้ม sideway ใหญ่ต่อไป สัญญาณกราฟของระยะสั้นถือว่าแกว่งตัวไร้ทิศทาง เนื่องจากยังไม่พบลักษณะ higher high แต่ภาพใหญ่ของ SET ยังเป็นภาพขาขึ้นในระยะกลาง   แนวโน้มของตลาดจะเคลื่อนไหวที่กรอบ 1425-1450   หุ้นที่เลือกวันนี้มีโอกาสปรับขึ้น แนะนำซื้อเก็งกำไรที่กรอบแนวรับ-แนวต้าน หุ้นที่น่าสนใจ  NWR   MK หลักทรัพย์ ราคาปิด แนวรับ แนวต้าน ความเห็นNWR 1.34 1.31 1.56 ราคาหุ้นมีโอกาสปรับขึ้นในระยะสั้น แนะนำซื้อ-ขายที่กรอบแนวรับและแนวต้าน จุด stop loss หากต่ำกว่า 1.28 บาท MK 4.32 4.28 4.60 ราคาหุ้นมีโอกาสรับขึ้นในระยะสั้น แนะนำซื้อ-ขายที่กรอบแนวรับและแนวต้าน จุด stop loss หากต่ำกว่า 4.24 บาท UPDATE หุ้นที่แนะนำก่อนหน้า  TPIPL แนวโน้มราคามีโอกาสปรับขึ้น กรอบราคาอยู่ที่ 2.22-2.36 บาท หากต่ำกว่ากรอบล่างควรขายคัตลอสออกไปก่อน   INET แนวโน้มราคามีโอกาสปรับขึ้น กรอบราคาอยู่ที่ 4.50-4.80 บาท หากต่ำกว่ากรอบล่างควรขายคัตลอสออกไปก่อน  FER แนวโน้มราคามีโอกาสปรับขึ้น กรอบราคาอยู่ที่ 0.99-1.20 บาท หากต่ำกว่ากรอบล่างควรขายคัตลอสออกไปก่อน Analysts : อภิศักดิ์ ลิมป์ธำรงกุล Analyst Registration No. 13130
loading...

บล.ธนชาต : Daily Trading Strategy30-6-16

บล.ธนชาต : Daily Trading Strategy SET ยังไม่สามารถผ่านแนวต้าน 1,450 จุด....”ซื้อ” KKP ได้ผลดีจากดอกเบี้ยต่ำ   ดัชนี SET อยู่ที่ 1,440.63 จุด -2.03 จุด -0.14% ปริมาณซื้อขาย 25,838 ลบ.  แนวรับ : 1,430 แนวต้าน : 1,450 สรุปทิศทางและแนวโน้มตลาด  SET ยังไม่สามารถยืนได้เหนือ 1,450 จุด: SET ปรับสูงขึ้นทดสอบแนวต้านที่ 1,450 จุด อีกครั้งในช่วงเปิดตลาด แต่ยังไม่สามารถผ่านไปได้ ด้วยแรงขายทำกำไรหุ้นกลุ่มธนาคาร อย่างไรก็ตามประเมิน Downside Risk จากการ “พักฐาน” ระหว่างวันจำกัด ขณะที่ระยะสัปดาห์คาดว่าจะปรับสูงขึ้นในรูปแบบ Sideways Up ไปที่ 1,472-1,474 จุด...แนะนำ “ซื้อ” 1) Consumption + Infrastructure Plays อย่าง ROBINS, CPN, BEAUTY, CK, SEAFCO และ “เก็งกำไร” CPALL RS 2) ผลดีจากดอกเบี้ยต่ำ อย่าง JASIF, DIF, CPNRF, KKP และ 3) คาดการณ์กำไร 2Q16 เติบโตเด่น อย่าง SGP, CPF  “ซื้อ” KKP…ผลดีดอกเบี้ยต่ำ, ราคาต่ำ Book และปันผลสูง 6.6-7.4%: แนะนำ “ซื้อ” KKP ด้วยเป้าหมายพื้นฐาน 50 บาท ด้วยปัจจัยสนับสนุนจาก 1) ผลการดำเนินงานเติบโตแกร่ง 22% ปีนี้ สูงสุดในกลุ่มธนาคาร และไม่มีปัญหาจากการตั้งสำรองจำนวนมากเหมือนกับธนาคารขนาดใหญ่ 2) รายได้จากธุรกิจหลักทรัพย์ผ่าน PHATRA เพิ่มขึ้นตามปริมาณการซื้อขายที่ดีในปีนี้ 3) ราคาหุ้นปัจจุบันยังต่ำกว่า Book Value ที่ 45 บาท หรือ PBV 0.93x ขณะที่ ROE เร่งตัวขึ้นจาก 8.9% ในปี 2015 เป็น 10.5% ปีนี้ และ 11.2-11.7% ในปี 2017-18 4)ให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลสูง 6.6-7.4% ต่อปี (จ่ายปันผล 2 ปีครั้ง) และ 5) ในทางเทคนิคทะลุแนวต้านแบบ Wedge ประเมินแนวต้านที่จุดสูงสุดเดิมบริเวณ 44.75 หรือถัดไปที่ 46.0 บาท หุ้นที่น่าสนใจทางเทคนิค  BWG “ซื้อ” ราคาหุ้นเริ่มดีดตัวขึ้นต่อหลังพักตัวไม่หลุดเส้นค่าเฉลี่ย 14 วัน สอดคล้องกับเส้นค่าเฉลี่ยทำ Golden Cross ยืนยันแนวโน้ม เป็นจังหวะซื้อเก็งกำไร มีแนวต้านแรกที่ 2.42 บาท และถัดไปที่ 2.50 บาท  FPI “ซื้อ” ราคาหุ้นแกว่งตัวยกฐานขึ้นทดสอบกรอบแนวต้าน 5.70 บาท พร้อมปริมาณการซื้อขายสูงโดดเด่น สอดคล้องกับเครื่องมือ DI+ กลับมาชี้ขึ้นตัด DI- เป็นจังหวะซื้อเก็งกำไร มีแนวต้านแรกที่ 5.85 บาท และเป้าหมายถัดไปที่ 6.00 บาท  VNG “ซื้อ” ราคาหุ้นแกว่งตัวขึ้นทะลุกรอบการพักฐานขาขึ้น Bullish Flag พร้อมปริมาณการซื้อขายหนาแน่น ระยะกลางทำรูปแบบ Cup with Handle เป็นจังหวะซื้อเก็งกำไร มีแนวต้านแรกที่ 14.70 บาท ผ่านได้มีแนวต้านถัดไปที่ 15.40 บาท อดิศักดิ์ ผู้พิพัฒน์หิรัญกุล, CFA adisak.phu@thanachartsec.co.th, 02-617 4991วิชนันท์ ธรรมบำรุง witchanan.tam@thanachartsec.co.th, 02-617 4979
loading...

บล.เคทีบี (ประเทศไทย) : Technical Daily30-6-16

บล.เคทีบี (ประเทศไทย) : Technical Daily ภาพตลาดวันวาน  ดัชนีเปิดตัวแรงกระโดดขึ้น 7.99 จุด พร้อมกับแกว่งตัวแคบ ๆ ไต่ระดับขึ้นทำจุดสูงสุดของวันที่ 1449.90 จุด เพิ่มขึ้น 12.48 จุด ซึ่งได้แรงซื้อจากหุ้นในกลุ่มพลังงาน แบงก์และรับเหมา ก่อนที่จะเผชิญแรงขายจากขนส่งและปิโตรเคมี กดดัชนีไหลกลับลงมาทำจุดต่ำสุดของวันที่ 1441.54 จุด เพิ่มขึ้น 4.12 จุด ทำให้มีกรอบการเคลื่อนไหวทั้งวันที่ 8.36 จุด สำหรับที่มี Impact ต่อการปรับตัวขึ้นของดัชนีได้แก่ KBAK, SCB, CK, PTTEP, CPF ก่อนที่ดัชนีจะทำปิดที่ 1442.66 จุด เพิ่มขึ้น 5.24 จุด (+0.36%) มูลค่าการซื้อขาย 62,744 ล้านบาท ภาพตลาดวันนี้  ดัชนีวานนี้เปิดตัวแรงกระโดดขึ้นสร้าง Gap ที่มีความกว้าง 3.72 จุด (1437.82-1441.54) พร้อมกับแกว่งตัวแคบ ๆ ที่มีจุดสูงสุดของวันที่ 1449.90 จุดซึ่งเข้าใกล้แนวต้าน 1450 จุด และใกล้เคียงกับ High เดิม (9 มิ.ย.) ทำให้มีโครงสร้างที่เป็น Double Top อีกทั้งทำปิดใกล้จุดต่ำสุดของวันที่ 1442.66 จุด ส่งผลให้กราฟแท่งเทียนแสดงรูปแบบในเชิงลบ (Shooting Star) ที่อยู่บริเวณ Peak Zone ทำให้ดัชนีมีโอกาสพักตัวเพื่อลงมาปิด Gap ที่เพิ่งเปิด โดยมองแนวรับ 1430-1435 จุด แนวต้าน 1446-1450 // 1460 จุด กลยุทธ์ : แกว่งตัวผันผวน-มีโอกาสพักตัว Support 1420 // 1400 // 1380 จุด Resistance 1450-1460 จุด พรรณนภา เขมะสุรัตน์ Technical Analystเลขทะเบียน : 060110 Tel 02- 6481124Email: phannapa.k@ktbst.co.th
loading...

บล.โกลเบล็ก : ภาวะตลาดหุ้นรายวัน30-6-16

บล.โกลเบล็ก : ภาวะตลาดหุ้นรายวัน Market View : Test 1,450Stock of the town : CWT WAVEหุ้นแนะนำพิเศษ : BCPหุ้นมีข่าว : KBANK BANPU TPBI  SET วานนี้ปรับตัวขึ้นตามจากการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางทั่วโลกอาจร่วมมือกันออกมาตรการเพื่อรับมือกับผลกระทบ BREXIT รวมถึงการทำ Window dressing ส่งผลให้ SET ปิดที่ 1,442.66 จุด (+5.24 จุด) Vol. 6.2หมื่นลบ. โดย Foreign Net -295 ลบ. Net TFEX +11,649 สัญญา แนวโน้มตลาดหุ้นไทย  + ตลาดหุ้น DJ และยุโรปปรับตัวขึ้น เนื่องจากคาดการณ์ว่าธนาคารกลางประเทศชั้นนำจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อรับมือผลกระทบ BREXIT รวมถึงราคาน้ำมันที่ดีดตัวขึ้น  + ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นล่าสุด 49.4 US/Barrel หลังสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐลดลง 4.1 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 526.6 ล้านบาร์เรล ซึ่งลดลงมากกว่าคาด  + ผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษอัดฉีดเงินทุนพิเศษ 2.50 แสนล้านปอนด์ ผ่านโครงการต่างๆที่ธนาคารดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน  + ประชุมผู้นำสหภาพยุโรป (EU) วานนี้ บรรดาผู้นำแสดงความมุ่งมั่นที่จะเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน โดยจะรักษาจำนวน 27 ชาติสมาชิกไว้  + รฟม.ประกาศประมูลรถไฟฟ้าสีชมพู-เหลืองแล้ว เปิดขายซองวันที่ 6 ก.ค.-5 ส.ค.นี้ นัดยื่นเอกสาร 7 พ.ย. 59  + Preview Q2/59 กลุ่มธนาคารคาดกำไรเติบโตขึ้นจาก Q1/59 เนื่องจาก NPL เริ่มทรงตัว   +/- การทำ Window Dressing ปิด NAV Q2/59 ในช่วงสัปดาห์นี้  ปัจจัยบวกจากคาดการณ์ธ.กลางประเทศชั้นนำจะออกมาตราการรับมือ BREXIT, ราคาน้ำมันที่ดีดตัวขึ้น รวมถึงการทำ Window Dressing ปิด Q2/59 เป็นแรงหนุนต่อตลาดหุ้นไทยวันนี้ ดังนั้นคาดว่า SET จะปรับตัวขึ้นทดสอบ High เดิมบริเวณ 1,450 จุด กลยุทธ์การลงทุน ซื้อเก็งกำไร - กฟน. เผย ITD ILINK ติดโผ 3 บริษัทผ่านคุณสมบัติ ร่วมชิงชัยประมูลย้ายสายไฟลงใต้ดินโครงการนนทรี มูลค่า 2,500 ล้านบาท เตรียมเปิดแข่งเคาะอี-อ๊อคชั่นในวันที่ 21 ก.ค.- ASIMAR JUTHA รับภาครัฐเคาะแผนแก้ไขปัญหาท่าเทียบเรือภาครัฐที่ถูกทิ้งร้างกว่า 20 แห่ง ด้วยวิธีการเปิดทางให้เอกชนเข้าบริหาร (ทันหุ้น)- กลุ่มพลังงาน ราคาน้ำมันดีดตัวขึ้นใกล้ 50 US/Barrel- กลุ่มเดินเรือ TTA PSL ค่าระวาง +10.3% ล่าสุด 640 จุด- กลุ่มน้ำตาล KSL KBS ราคาน้ำตาลทำ New High ล่าสุด 21.15 US/Ton- กลุ่มรับเหมา รฟม.ประกาศประมูลรถไฟฟ้าสีชมพู-เหลืองแล้ว เปิดขายซองวันที่ 6 ก.ค.-5 ส.ค.นี้ นัดยื่นเอกสาร 7 พ.ย. 59- BANPU ราคาถ่านหินทำ High ในรอบ 1 ปี ล่าสุด 53.7 US/Tonsหุ้นแนะนำพิเศษ BCP ราคาปิด 32.25 บาท ราคาพื้นฐาน 36 บาท คาดผลประกอบผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วเนื่องจากตั้งแต่ Q2/59 จะไม่มีการหยุดซ่อมบำรุงโรงกลั่น อีกทั้งราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นเกือบ 15 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลให้มีบริษัทฯมีกำไรจากสต๊อกน้ำมันดิบมาช่วยชดเชยค่าการกลั่นที่ชะลอตัว มีปัจจัยบวกจากการนำบริษัท BCPG ซึ่งเป็นบริษัทย่อยเข้าจดทะเบียนในไตรมาส 3/59 ซึ่งจะช่วยหนุนปลดล็อกมูลค่าหุ้นของ BCP ได้ (คาดว่าผู้ถือหุ้น BCP จะได้รับสิทธิ์จองซื้อหุ้น BCPG 10-25% ของจำนวนหุ้น IPO)laggard ในกลุ่มโรงกลั่นเพราะถูกกดดันจากผลประกอบการQ1/59หุ้นมีข่าว หลังจากเข้าร่วมประชุมกับผู้บริหารฝ่ายวิจัยคาด KBANK จะมีกำไรสุทธิในช่วง 2Q59 ราว 1.01 หมื่นล้านบาท ลดลง 12%YoY จากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อ แต่เพิ่มขึ้น 17%QoQ เนื่องจาก credit cost ลดลงจาก Q1 ที่สูงถึง 280 bps แต่ credit cost ในช่วง 1H59 ลดเหลือ 230 -250 bps จากการเกิด NPL ที่เพิ่มขึ้นในอัตราชะลอตัว บนสมมติฐานการเติบโตของสินเชื่อราว 3.7%YTD ดีขึ้นจากที่เติบโตเพียง 0.2%YTD ณ ปลายไตรมาสแรก ฝ่ายวิจัยยังคงประมาณการกำไรทั้งปีที่ 3.75 หมื่นลบ. แต่ราคาที่เพิ่มขึ้นกว่า 7% จากบทวิเคราะห์ครั้งก่อนเมื่อ 9 พ.ค. 59 ทำให้ upside เหลืออีกไม่มาก เราจึงปรับคำแนะนำจาก “ซื้อ” เป็น “ซื้อเมื่ออ่อนตัว” ราคาเหมาะสม 182 บาท BANPU (ราคาปิด 14.70 ราคาเหมาะสม 13.50มีโอกาสปรับเพิ่มประมาณการ) โชว์งบ Q2/2559 สดใสหลังบุ๊กโรงไฟฟ้าหงสา 1-3 ยกพอร์ตส่วนช่วงครึ่งปีหลัง นอนตีพุงบุ๊กกำไรจากโซลาร์ฟาร์มประเทศจีนที่ 78.5 เมกะวัตต์ พร้อมลุยขยายการลงทุนโรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์มเพิ่มเติมในจีน-ญี่ปุ่น หนุนฐานโต (ที่มาทันหุ้น) ความเห็น ฝ่ายวิจัยมีมุมมองว่าธุรกิจถ่านหินของบ้านปูได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วหลังราคาถ่านหินเริ่มทำ New High นอกจากนี้ผลประกอบการจะได้รับผลบวกหากโรงไฟฟ้าหงสาสามารถแก้ไขปัญหาการเดินเครื่องหน่วยที่ 1 ได้ ซึ่งทางเรามีโอกาสปรับประมาณการกำไรและราคาเหมาะสมขึ้นจากเดิมหามีความชัดเจนเรื่องโรงไฟฟ้าหงสามากขึ้น TPBI (ราคาปิด 16.00 ราคาเหมาะสม 18.00 เดินหน้าเจาะตลาดบรรจุภัณฑ์พลาสติกในประเทศอังกฤษเพิ่มเติม ตั้งทีมขายรับแนวโน้มออเดอร์สินค้าเพิ่ม หลังปัจจัยภาวะแวดล้อมทางการตลาดเปลี่ยนแปลงจากเหตุ Brexit ที่มีผลต่อเพดานภาษีนำเข้าสินค้าในกลุ่มอียูกับอังกฤษเปลี่ยนแปลงไป ส่งผลต่อโอกาสของ TPBI ในการเข้าไปขยายตลาดบรรจุภัณฑ์พลาสติกประเภทหูหิ้ว ถุงขยะ (ที่มาทันหุ้น)CPF แจ้งว่ากลุ่มบริษัทจะใช้เงินราว 4,485 ล้านบาทเข้าซื้อหุ้น 2 บริษัทในจีนโดยจะเข้าถือหุ้น 30% ในบริษัทที่ทำธุรกิจและจำหน่ายนมผงสำหรับทารก และถือหุ้น 12% ในบริษัทที่ทำธุรกิจผลิตและจำหน่ายวัคซีนสำหรับสัตว์ ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการได้ภายในปี 59 (อินโฟเควสท์) สรุปภาวะตลาดต่างประเทศ ตลาดหุ้นดาวโจนส์ : +284.96 จุด  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 17,694.68 จุด พุ่งขึ้น 284.96 จุด หรือ +1.64% ดัชนี NASDAQ ปิดที่ 4,779.25 จุด เพิ่มขึ้น 87.38 จุด หรือ +1.86% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,070.77 จุด เพิ่มขึ้น 34.68 จุด หรือ +1.70% โดยตลาดปิดในแดนบวกติดต่อกัน 2 วันทำการ เพราะได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันดิบที่ดีดตัวขึ้นกว่า 4% และจากกระแสคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางชั้นนำของโลกจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อรับมือกับผลกระทบจากปัจจัย Brexit ตลาดน้ำมัน NYMEX : +2.03 ดอลลาร์/บาร์เรล  สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนส.ค.พุ่งขึ้น 2.03 ดอลลาร์ หรือ หรือ 4.2% ปิดที่ 49.88 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบรายสัปดาห์ของสหรัฐปรับตัวลดลงมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับปัจจัยบวกจากการที่นักลงทุนคลายความวิตกกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของการที่อังกฤษลงมติแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) Analyst : วิลาสินี บุญมาสูงทรง ณัฐวุฒิ วงศ์เยาวรักษ์ ชัยยศ จิวางกูร บุญฤทธิ์ เบญจธนารักษ์
loading...


   
   

   

SME

   

BAACx60

   

CPALLxx

   
005921822
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
7541
8894
35006
5805137
393848
394391
5921822

Your IP: 54.166.130.185
Thu, 30 Jun 2016 13:52:07 +0000
   
© ALLROUNDER
บริษัท เพาเวอร์ ไทม์ มีเดีย จำกัด
: 387/9 ลาดพร้าว 87 แยก 9 วังทองหลาง กทม.10310
โทรศัพท์ : 081-431-6381 แฟกซ์ : 02-530-4424 
Emai : icorehoon@yahoo.com ,ipipat.n@gmail.com