FacebookTwitterGoogle BookmarksRSS Feed
   

PS17

พฤกษา เรียลเอสเตท เจ้าตลาดอสังหาฯ
เปิดวิลเลต ไลท์ ติวานนท์-แจ้งวัฒนะ1.98 ลบ. 
   

Intuch1

   

We have 681 guests and no members online

   

CPFxx

   

ALL-Hoon

   

GHBx60

   


TRC คว้างานก่อสร้างขนาดใหญ่ โครงการเหมืองแร่โปแตชมูลค่ากว่า 34,000 ลบ. มั่นใจรายได้ปี 59 เติบโตแกร่ง 8,600 ลบ.

TRC คว้างานก่อสร้างขนาดใหญ่ โครงการเหมืองแร่โปแตชมูลค่ากว่า 34,000 ลบ. มั่นใจรายได้ปี 59 เติบโตแกร่ง 8,600 ลบ. บมจ.ทีอาร์ซี คอนสตรัคชั่นได้รับ Letter of Award (LOA) จากบมจ.อาเซียนโปแตชชัยภูมิ โครงการ Turnkey Delivery of APOT Project Package 2 Surface Processing and Facilities การก่อสร้างโรงงานผลิตแร่โปแตช อาคารสำนักงาน สถานีจ่ายไฟฟ้าและงานสาธารณูปโภคต่างๆ อ.บำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิมูลค่าโครงการกว่า 34,000 ล้านบาท คาดลงนามในสัญญาภายในไตรมาส 3-4/59 ใช้ระยะเวลาก่อสร้าง 3 ปี นายภาสิต ลี้สกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีอาร์ซี คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRCเปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2559บริษัทฯ ได้รับ Letter of Award (LOA) จากบริษัท อาเซียนโปแตชชัยภูมิ จำกัด (มหาชน) โดยใช้ชื่อโครงการ Turnkey Delivery of APOT Project Package 2 Surface Processing and Facilities โดยลงนามใน LOA เป็นการก่อสร้างโรงงานผลิตแร่โปแตช อาคารสำนักงาน สถานีจ่ายไฟฟ้าและงานสาธารณูปโภคต่างๆ ในโครงการที่ตั้งอยู่ที่อ.บำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ มูลค่างาน 142,027,205 เหรียญสหรัฐอเมริกา 416,000,784 ยูโร และ 12,433,389,522 บาท หรือประมาณ 34,089,504,186 บาท (คำนวณจากอัตราแลกเปลี่ยน 36.4346 บาท/เหรียญสหรัฐอเมริกา และ 39.6187 บาท/ยูโร) ระยะเวลางานประมาณ 3 ปี โดยคาดว่าจะมีการลงนามในสัญญาได้ภายในไตรมาส 3 หรือ 4 ปี 2559 ส่งผลให้งานในมือของกลุ่มบริษัททีอาร์ซีแตะระดับ 4,000 ล้านบาท ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีอาร์ซี คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวอีกว่า สำหรับในปี 2559 นี้ คาดว่ารายได้จะเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ระดับ 8,600 ล้านบาท ซึ่งในปีนี้ ยังมีโครงการขนาดใหญ่ที่บริษัทฯ และบริษัท สหการวิศวกร จำกัดติดตามเข้าร่วมประมูล คือ งานโครงการวางท่อส่งก๊าซธรรมชาติเส้นที่ 5 ของบมจ.ปตท. และโครงการจากโรงงานยาสูบ กระทรวงการคลัง เพิ่มเติมอีกประมาณ3 สัญญา โดยเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2559 บริษัทสหการวิศวกร จำกัด บริษัทย่อยของ TRC ได้เซ็นต์สัญญารับงานงานจัดหา ติดตั้ง ทดสอบระบบเครื่องจักรและอุปกรณ์การผลิตบุหรี่ด้านกระบวนการผลิตยาเส้นพอง (M-01/2) มูลค่า 837.07 ล้านบาทจากโรงงานยาสูบ ทั้งนี้ หากบริษัทฯ ได้โครงการขนาดใหญ่เพิ่มเติม เป้าหมายรายได้ปีนี้อาจจะต้องมีการพิจารณาทบทวนเพื่อปรับเพิ่มในช่วงครึ่งปีหลัง …………………………………………………………. เผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์โดย : บริษัท มีเดีย แพลนเนอร์ คอนซัลแทนท์ จำกัด ในนาม บริษัท ทีอาร์ซี คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRC: รายละเอียดเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ พงศกร แจ้งประภากร (ก้อง) 081-715-0345, วาสนา วงษ์ศิริ (เจี๊ยบ) 084-359-0659 โทร: 02-664-3856 Fax : 02-664-3856 E-mail: media-planner@hotmail.com

LIT โชว์งบปี 58 กำไรสุทธิ 70.45 ลบ. สูงสุดแซ่บเว่อร์ ปี 59 ตั้งเป้ารายได้-กำไร โตไม่ต่ำกว่า 30%ตั้งการ์ดสูง-สกรีนลูกค้า ป้องกันปัญหาเอ็นพีแอลพุ่ง

LIT โชว์งบปี 58 กำไรสุทธิ 70.45 ลบ. สูงสุดแซ่บเว่อร์ ปี 59 ตั้งเป้ารายได้-กำไร โตไม่ต่ำกว่า 30%ตั้งการ์ดสูง-สกรีนลูกค้า ป้องกันปัญหาเอ็นพีแอลพุ่ง บมจ.ลีซ อิท (LIT) ผลงานปี58 แซ่บเวอร์ กวาดรายได้กว่า 190.91 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49% กำไรสุทธิ 70.45 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47.35% เทียบปีก่อน 'สมพล เอกธีรจิตต์'พอใจทุกอย่างทะลุเป้า รายได้-กำไร ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ มั่นใจปี59 ทำนิวไฮต่อเนื่อง หลังขยายฐานลูกค้า เจาะตลาดเอสเอ็มอี ที่มีความต้องการสินเชื่อมากขึ้น ตั้งเป้าปีนี้เติบโตไม่ต่ำกว่า 30% รับเศรษฐกิจซบ จำเป็นต้อง'ตั้งการ์ดสูง'สกรีนลูกค้า ป้องกันปัญหาเอ็นพีแอล นายสมพล เอกธีรจิตต์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลีซ อิท จำกัด (มหาชน) (LIT) ผู้ให้บริการธุรกิจสินเชื่อทางการเงินลูกค้า SMEs แบบครบวงจร เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาส 4/58 มีรายได้รวม 51.25 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.17 ล้านบาท หรือ 42% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มีกำไรสุทธิ 19.83ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.38 ล้านบาท หรือ 47% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน สำหรับ ผลการดำเนินงานโดยรวมของปี 2558 มีรายได้รวม 190.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 62.84 ล้านบาท หรือ 49% เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2557 ซึ่งมีรายได้รวม 128.07 ล้านบาท และในปี 2558 มีกำไรสุทธิ70.45 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.64 ล้านบาท หรือ 47% เมื่อเทียบกับปี 2557 ซึ่งมีกำไรสุทธิ 47.81 ล้านบาท โดยปัจจุบันมีพอร์ตสินเชื่อคงค้างประมาณ 1,120 ล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 1,150 ล้านบาท เนื่องจากในไตรมาส 4/2558 มีการเร่งจ่ายชำระหนี้ตามนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐอย่างต่อเนื่อง “ภาพรวมผลการดำเนินงานในปี 2558 เติบโตอย่างโดดเด่น โดยรายได้เพิ่มขึ้นกว่า 49% และกำไรเพิ่มขึ้นสูงถึง 47% โดยได้รับปัจจัยหนุนจากการขยายฐานลูกค้าเอสเอ็มอีที่มีความต้องการสินเชื่อมากขึ้น เนื่องจากธนาคารพาณิชย์มีการคุมเข้มปล่อยกู้ให้กับลูกค้าในกลุ่มนี้ ซึ่งถือเป็นโอกาสในการขยายธุรกิจ แต่บริษัทฯก็ให้ความสำคัญกับการพิจารณาความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้า เพื่อป้องกันปัญหาหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) อย่างไรก็ตามในปี 58 นี้ บริษัทมีการเปลี่ยนแปลงการแยกอายุหนี้ในลูกหนี้สัญญาเช่าทางการเงิน (Leasing) และสัญญาเช่าซื้อ (Hire Purchase) ให้มีเกณฑ์ที่สูงขึ้น โดยหากมีงวดใดงวดหนึ่งที่ค้างชำระก็จะถือว่าค้างชำระทั้งสัญญา เพื่อให้เป็นไปตามความตั้งใจของบริษัทที่ต้องการมีมาตรฐานการจัดชั้นลูกหนี้ให้รัดกุมมากขึ้น เป็นผลให้มียอดหนี้ที่เกินกำหนดชำระมากกว่า 90 วันอยู่ในระดับ 3.84% ซึ่งอยู่ในระดับที่ไม่น่ากังวล เนื่องจากลูกหนี้ส่วนมากเป็นลูกหนี้ภาครัฐซึ่งมักจะจ่ายล่าช้าอยู่แล้วโดยปกติ ยิ่งเป็นหนี้ของสถานศึกษายิ่งมีความล่าช้ามาก เพราะส่วนมากมีการจ่ายชำระเพียงปีละ 2 ครั้งตามการเปิดภาคเรียนเท่านั้นและยังมั่นใจว่าหนี้เหล่านี้จะไม่เป็นหนี้สูญ”นายสมพลกล่าว สำหรับ แผนการดำเนินงานในปี 2559 นายสมพล กล่าวว่า ตั้งเป้าหมายสินเชื่อ รายได้ และกำไรเติบโตไม่ต่ำกว่า 30% ทั้งในแง่ของยอดสินเชื่อคงค้างหรือ Portfolio รายได้ และกำไรสุทธิ ตามแผน 3 ปี(พ.ศ. 2557-2559) นับตั้งแต่เข้าจดทะเบียนในตลาดฯ โดยในส่วนของ Product สินเชื่อ Factoring หรือการรับซื้อหนี้การค้า ในปีนี้ตั้งเป้าการเติบโต 100% อยู่ที่ 8,000 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาที่มียอดรับซื้อหนี้การค้า 3,880 ล้านบาท ด้วยการเร่งขยายฐานลูกค้าใหม่ เพื่อนำเสนอสินเชื่อครบวงจรให้กับลูกค้าผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) โดยยืนจุดแข็งคือ อนุมัติเร็ว วงเงินสูง และไม่ใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน ส่วน Product สินเชื่อ Bid Bond หรือสินเชื่อเพื่อออกหนังสือค้ำประกันซองประมูล สำหรับ SMEs ที่ทำงานภาครัฐและต้องการเข้าร่วมประมูลงาน ลีซ อิทตั้งเป้าหมายเติบโตถึง 100% เช่นกัน เพราะจากบรรยากาศที่ภาครัฐให้ความสำคัญแก่การประมูลให้เกิดความโปร่งใส เป็นธรรม โดยเปลี่ยนวิธีการประมูลมาใช้ E-Bidding แทน E-Auctionเดิม จะทำให้ผู้ประกอบการทั่วไปมีโอกาสเข้าแข่งขันราคาเพิ่มขึ้น ประกอบกับการเร่งเบิกจ่ายงบลงทุนและการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐในปีนี้ จะเป็นเครื่องจักรที่สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศด้วย ขณะที่ Product สินเชื่อ Project Backup Financing คาดว่าจะมีส่วนแบ่งรายได้ที่ 30% ของรายได้รวมเช่นเดียวกับปีที่ผ่านมา เนื่องจากโปรดักท์นี้ให้ผลตอบแทนสูงแต่ก็มีความเสี่ยงสูงเช่นกัน ซึ่งอาจไม่เหมาะสมที่จะไปเร่งยอดเติบโตในภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่สดใสเช่นนี้ นอกจากนี้ บริษัทฯยังเร่งตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญให้ไปที่ระดับเป้าหมาย 3% ของยอดสินเชื่อคงค้าง “ภาพรวมเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวมากนักในปีนี้ ทำให้เราจำเป็นต้องตั้งการ์ดสูง เพื่อป้องกันความเสี่ยง เพราะการรับซื้อหนี้การค้ามีจุดอ่อน 2 จุด ที่ต้องระมัดระวังคือ บิลปลอม และการแอบไปเก็บเงินของลูกค้า ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา เราได้มีการปรับรูปแบบการทำงาน เพื่อป้องกันความเสี่ยงในจุดนี้ได้เป็นอย่างดี”นายสมพลกล่าวในที่สุด ทั้งนี้ บริษัทฯเตรียมเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้น เพื่อพิจารณาจ่ายเงินปันผลเป็นเงินสดไม่ต่ำกว่า 50% จากผลการดำเนินงานในปี 2558 ที่ผ่านมา ซึ่งทำยอดกำไรสูงสุดนับตั้งแต่จัดตั้งบริษัทมา 9 ปี ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : IR network คุณปภาดา สุวรรณกูฏ (ตุ้ย) Mobile 090-972-3407 e-mail: tui@irnetwork.co.th คุณณัฐสินี ระเบียบนาวีนุรักษ์ (เก๋) Mobile 080-999-8028 e-mail: natsinee@irnetwork.co.th

ก.ล.ต. เปิดรับฟังความเห็นปรับปรุงร่างประกาศตัวแทนด้านการตลาด PF และ DF

ก.ล.ต. เปิดรับฟังความเห็นปรับปรุงร่างประกาศตัวแทนด้านการตลาด PF และ DF ก.ล.ต. เปิดรับฟังความเห็นการปรับปรุงหลักการและร่างประกาศการให้ความเห็นชอบเป็นตัวแทนด้านการตลาดกองทุนส่วนบุคคล (Private Fund : PF) และตัวแทนการตลาดของผู้จัดการเงินทุนสัญญา ซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives Fund Manager : DF) โดยวัตถุประสงค์ของการปรับปรุงครั้งนี้ เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการประกอบธุรกิจและปรับปรุงระยะเวลาการให้ความเห็นชอบ เพื่อให้สามารถปฏิบัติตาม พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ได้ ทั้งนี้ ตัวแทนการตลาด PF และ DF มีบทบาทสำคัญในการเป็นผู้ที่ทำหน้าที่ชักชวนผู้ลงทุนให้ใช้บริการด้านการจัดการกองทุนส่วนบุคคล และการจัดการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าตามลำดับ สาระสำคัญในการปรับปรุงร่างประกาศครอบคลุมการให้ความเห็นชอบเป็นการทั่วไปสำหรับบุคคลที่มีความพร้อมในการทำหน้าที่เป็นตัวแทนการตลาด PF/DF อยู่แล้ว การปรับปรุงระบบงานตัวแทนการตลาด PF/DF ให้เหลือเฉพาะที่จำเป็นต่อการทำหน้าที่ และการกำหนดให้ตัวแทนการตลาด PF/DF ต้องขอความยินยอมจากลูกค้าก่อนเปิดเผยข้อมูลลูกค้า ก.ล.ต. ได้เผยแพร่เอกสารรับฟังความคิดเห็นในเรื่องดังกล่าวไว้ที่เว็บไซต์ ก.ล.ต. (www.sec.or.th) ผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้สนใจสามารถแสดงความคิดเห็นได้ที่เว็บไซต์หรือโทรสาร 0-2263-6099 หรือทาง e-mail ที่ preeporn@sec.or.th จนถึงวันที่ 2 มีนาคม 2559

ราคาน้ำมันดิบ WTI ร่วงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 12 ปี จากปริมาณน้ำมันดิบคงคลังปรับตัวแตะระดับสูงสุดติดต่อกันตลอดสัปดาห์  

ราคาน้ำมันดิบ WTI ร่วงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 12 ปี จากปริมาณน้ำมันดิบคงคลังปรับตัวแตะระดับสูงสุดติดต่อกันตลอดสัปดาห์  - ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสปรับตัวลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 12 ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2546 หลังจากมีรายงานจาก Genscape ว่าปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 425,000 บาร์เรล ณ สัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 9 ก.พ. ที่จุดส่งมอบน้ำมันดิบ คุชชิ่ง โอกลาโฮมา โดยปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดที่ 65 ล้านบาร์เรลเกือบตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้นักลงทุนหันไปลงทุนในตลาดอื่นๆ ที่มีความเสี่ยงน้อยกว่า เช่น ตลาดทองคำ ทำให้ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 1 ปี  - Goldman Sachs ได้คาดการณ์ถึงราคาน้ำมันดิบว่าจะแกว่งตัวอยู่ในช่วงราคาระหว่าง 20-40 เหรียญสหรัฐฯ โดยมีความผันผวนอยู่ในระดับสูง และราคาน้ำมันดิบจะปรับตัวแบบไร้ทิศทางจนกว่าจะเข้าครึ่งหลังของปีนี้ สาเหตุหลักของราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลดลงถึง 75% ตั้งแต่กลางปี 57 ที่ผ่านมา เนื่องจากมีปริมาณน้ำมันที่ผลิตออกสู่ตลาดมากกว่าความต้องการใช้น้ำมันดิบอยู่ 1-2 ล้านบาร์เรลต่อวัน ประกอบกับเศรษฐกิจของประเทศจีนที่มีอัตราการเติบโตที่ต่ำที่สุด จึงส่งผลให้ความต้องการน้ำมันดิบลดลงน้อยลงเช่นกัน   + Wall Street Journal รายงานว่า รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานของ UAE ได้กล่าวว่าโอเปก (OPEC) ใกล้จะมีความพร้อมที่จะร่วมมือในการลดกำลังผลิตน้ำมันดิบลง เพื่อจะช่วยให้ปริมาณน้ำมันดิบสมดุลกับความต้องการ ประกอบกับที่จะช่วยให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้น  + จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานสหรัฐฯ ประจำสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 6 ก.พ. ปรับตัวลดลง 16,000 ราย มาอยู่ที่ระดับ 269,000 ราย ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 281,000 ราย โดยตัวเลขที่ประกาศออกมานั้นอยู่ในระดับที่ต่ำกว่า 300,000 รายเป็นเวลาติดต่อกันถึง 49 สัปดาห์ ซึ่งเป็นการบ่งชี้ว่าตลาดแรงงานของสหรัฐฯ ยังคงมีความแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวเพิ่มขึ้นสวนทางกับราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากมีอุปสงค์ในภูมิภาคที่ปรับเพิ่มขึ้น ประกอบกับปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังสหรัฐฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้นในปริมาณที่น้อยกว่าคาดการณ์ ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวเพิ่มขึ้นสวนทางกับราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากปริมาณน้ำมันดีเซลคงคลังในสิงคโปร์ปรับลดน้อยลง ประกอบกับมีอุปสงค์จากทางด้านจีน อินเดีย และซาอุดิอาระเบียเพิ่มมากขึ้น ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้  ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 26-33 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล  ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 29-36 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ปัจจัยที่น่าจับตามอง  จับตาการหารือระหว่างผู้ผลิตในกลุ่มโอเปกและรัสเซียว่าจะได้ข้อสรุปในประเด็นปรับลดกำลังการผลิตเพื่อพยุงราคาน้ำมันดิบได้หรือไม่ หลังล่าสุดทั้งอิหร่านและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ออกมาแสดงความพร้อมมากขึ้นที่จะเจรจาในประเด็นดังกล่าว  ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ณ จุดส่งมอบคุชชิ่ง โอกลาโฮมา ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องไปแตะระดับสูงสุดในประวัติการณ์ที่ 65 ล้านบาร์เรล ซึ่งคิดเป็นกว่าร้อยละ 89 ของปริมาณถังน้ำมันทั้งหมด โดยประเด็นดังกล่าวสร้างความกังวลว่าพื้นที่ในการจัดเก็บน้ำมันดิบ ณ จุดส่งมอบอาจจะไม่เพียงพอ   ภาวะอุปทานน้ำมันดิบส่วนเกินจะยังคงไม่คลี่คลายภายในปีนี้ จากคาดการณ์ขององค์การพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) จะมีปริมาณน้ำมันดิบส่วนเกินกว่า 2 ล้านบาร์เรลต่อวันไตรมาสแรก และกว่า 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวันในไตรมาสสอง สาเหตุหลักจากผู้ผลิตในกลุ่มโอเปกยังคงปริมาณการผลิตในระดับสูงเพื่อรักษาส่วนแบ่งการตลาด Daily_Oil_TH 2016.02.12

ดัชนี ปิดบ่ายนี้ที่ 1,276.49 จุด ลดลง 4.25 จุด ซื้อขาย 37,112.07 ล้านบาท

ภาวะตลาดหุ้นไทย: ปิดลบ 4.25 จุด สอดคล้องภูมิภาคหลังกังวลศก.โลก,สัปดาห์หน้าผันผวนอิงขาลง ตลาดหลักทรัพย์ ดัชนี ปิดบ่ายนี้ที่ 1,276.49 จุด ลดลง 4.25 จุด ซื้อขาย 37,112.07 ล้านบาท การซื้อขายหุ้นวันนี้ ดัชนีหุ้นไทยเคลื่อนไหวทั้งในแดนบวก-ลบ โดยขยับขึ้นแตะจุดสูงสุดของวันที่ระดับ 1,286.20 จุด ส่วนดัชนีจุดต่ำสุดของวันอยู่ที่ 1,270.84 จุด ส่วนหลักทรัพย์เปลี่ยนแปลงวันนี้ เพิ่มขึ้น 337 หลักทรัพย์ ลดลง 707 หลักทรัพย์ และไม่เปลี่ยนแปลง 276 หลักทรัพย์ น.ส.ธีรดา ชาญยิ่งยงค์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย)กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ค่อนข้างผันผวน อิงไปทางแดนลบ สอดคล้องกับตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคที่ส่วนใหญ่ก็เคลื่อนไหวในแดนลบเช่นกัน เป็นผลมาจากนักลงทุนมีความกังวลต่อเศรษฐกิจโลก ซึ่งหากแย่กว่าคาดการณ์ก็อาจจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยได้ โดยเฉพาะในภาคการส่งออก "วันนี้ ทั้งวันก็ค่อนข้างผันผวนเยอะ อิงทางลงมากกว่าในช่วงบ่าย เมื่อเช้ายังถือว่าเป็นกรอบแคบ เพราะนักลงทุนกังวลต่อเรื่องภาพเศรษฐกิจข้างนอกอยู่"น.ส.ธีรดา กล่าว แนวโน้มการลงทุนในสัปดาห์หน้า น.ส.ธีรดา กล่าวว่า ตลาดฯยังผันผวนอยู่ในกรอบทางลง พร้อมให้จับตาดูเศรษฐกิจจากภายนอกประเทศ โดยให้กรอบแนวรับ 1,270 จุด ถ้ารับอยู่มีโอกาสที่จะดีดกลับ หากหลุดลงมาแนวรับถัดไปที่ 1,240-1,220 จุด ส่วนแนวต้าน 1,300-1,320 จุด ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่ KBANK มูลค่าการซื้อขาย 2,263.32 ล้านบาท ปิดที่ 161.00 บาท ลดลง 2.50 บาท PTT มูลค่าการซื้อขาย 2,175.26 ล้านบาท ปิดที่ 230.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท KTB มูลค่าการซื้อขาย 1,635.65 ล้านบาท ปิดที่ 17.20 บาท ลดลง 0.30 บาท SCB มูลค่าการซื้อขาย 1,626.64 ล้านบาท ปิดที่ 130.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท ADVANC มูลค่าการซื้อขาย 1,571.53 ล้านบาท ปิดที่ 166.50 บาท ลดลง 1.50 บาท อินโฟเควสท์

LINE ชี้เทรนด์คนไทยยุคใหม่ใช้ชีวิตบนดิจิตอลแพลตฟอร์ม เผยกลยุทธ์สร้าง LINE ให้เป็นมากกว่าแอพฯ แชท สู่สุดยอดแพลตฟอร์มไลฟ์สไตล์และธุรกิจแห่งอนาคต

LINE ชี้เทรนด์คนไทยยุคใหม่ใช้ชีวิตบนดิจิตอลแพลตฟอร์ม เผยกลยุทธ์สร้าง LINE ให้เป็นมากกว่าแอพฯ แชท สู่สุดยอดแพลตฟอร์มไลฟ์สไตล์และธุรกิจแห่งอนาคต LINE ผู้นำด้านแพลตฟอร์มบนมือถือยอดนิยมระดับโลก ชี้เทรนด์คนไทยยุคใหม่ใช้ชีวิตบนดิจิตอลแพลตฟอร์ม 1) Mobile First อัตราการใช้โมบายอินเทอร์เน็ตพุ่งสูง 2) Smartphone Becoming the Main TV Screen สมาร์ทโฟนคือหน้าจอหลัก 3) m-commerce และ social commerce ขยายช่องทางสู่การซื้อสินค้าบนมือถือ และ 4) O2O โอกาสทางธุรกิจจากออนไลน์สู่ออฟไลน์ เดินหน้าวางกลยุทธ์ในการสร้าง LINE ให้เป็นมากกว่าแอพพลิเคชั่นแชท สู่สุดยอดแพลตฟอร์มสำหรับไลฟ์สไตล์และธุรกิจแห่งอนาคต ผ่าน 5 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจเกม ธุรกิจคอนเทนต์ ธุรกิจโซลูชั่นสำหรับองค์กร ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ และธุรกิจเพย์เมนต์ นายอริยะ พนมยงค์ กรรมการผู้จัดการ LINE ประเทศไทย กล่าวว่า 'ในปีนี้มีความเคลื่อนไหวในโลกดิจิตอลในเมืองไทยที่น่าจับตามองอยู่ 4 ประการ ได้แก่ Mobile First ประเทศไทยก้าวเข้าสู่การเป็นประเทศ Mobile Firstประมาณ 2 ปี ด้วยอัตราการใช้โมบายอินเทอร์เน็ตเพิ่มสูงถึง 40 ล้านคน โดย 33 ล้านคนเป็นผู้ใช้งาน LINE และคาดการณ์ว่าภายในปี 2560 นี้ ยอดผู้ใช้โมบายอินเทอร์เน็ตจะเพิ่มขึ้นถึง 50 ล้านคน หลังจากการเปิดให้บริการ 4G โดยคนไทยใช้เวลากับสมาร์ทโฟนเฉลี่ยสูงถึง 5.7[1] ชั่วโมงต่อวัน และใช้เวลากับ LINE ในการแชทนานถึง 83.7 นาทีต่อวัน[2] เพื่อตอบรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่ใช้เวลาอยู่กับอินเทอร์เน็ตมากขึ้น LINE จึงมีบริการ Official Account (OA) สำหรับกลุ่มลูกค้าองค์กรในการเพิ่มมูลค่าให้ธุรกิจโดยการสื่อสารและสร้างการมีส่วนร่วม ด้วยข้อมูลที่กลุ่มเป้าหมายสนใจในเวลาและช่องทางที่เหมาะสม ตลอดจนเพิ่มยอดขายให้กับองค์กรได้มากขึ้น สำหรับธุรกิจ SME ที่ปัจจุบันมีจำนวนมากกว่า 2.8 ล้านรายในเมืองไทย[3] LINE มีบริการ LINE@ ที่ใช้งานง่ายและมีค่าใช้จ่ายไม่สูง ในการช่วยให้ลูกค้า SME และสตาร์ทอัพสื่อสารเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้มีประสิทธิภาพ และช่วยในการขยายธุรกิจ ' 'เทรนด์ที่ 2 Smartphones are becoming the Main TV Screen 41% ของคอนเทนต์ทีวีและวิดีโอชมผ่านหน้าจอทีวี ในขณะที่ 31% ชมผ่านสมาร์ทโฟน LINE เปิดตัว LINE TV กว่า 1 ปีที่ผ่านมา ภายใต้คอนเซ็ปต์ Free Fresh Fast ที่ให้ผู้ใช้ได้รับชมคอนเทนต์บันเทิงฟรีได้ก่อนใคร จากพันธมิตรความบันเทิงมากมาย อาทิ จีเอ็มเอ็ม ทีวี, จีเอ็มเอ็ม 25, ช่องวัน, เวิร์คพอยท์, ไทยรัฐ ทีวี, GDH559, ดรีม เอ็กซ์เพรส (เดกซ์), Vithita Animation, TrueVisions, TNN, TrueMusic, ทีไอจีเอ และเสือร้องไห้' 'ความเคลื่อนไหวประการที่ 3 ที่น่าจับตามอง คือ m-commerce และ social commerce ผู้บริโภคที่ใช้ e-commerce เป็นประจำมีแนวโน้มที่จะเริ่มใช้ m-commerce และ social commerce ในการซื้อสินค้าและบริการ โดยจำนวนการซื้อขายออนไลน์ผ่านโมบายดีไวซ์มีสัดส่วนถึง 60% จากจำนวนการซื้อขายออนไลน์ทั้งหมด พร้อมกันนี้ได้มีการคาดการณ์อัตราการเติบโตของโมบายแบงก์กิ้งว่าจะสูงถึง 33%[4] LINE มีบริการ LINE Pay แพลตฟอร์มการชำระเงินรูปแบบใหม่ที่สะดวกสบายและปลอดภัย ปัจจุบันมีผู้ลงทะเบียนใช้งานแล้วกว่า 1.5 ล้านคน พร้อมกับ Pay by Official Account อีกหนึ่งฟีเจอร์ใหม่ที่จะช่วยให้องค์กรธุรกิจเปิดการขายสินค้าผ่านหน้า Official Account ของตนเองได้ทันที นอกจากนี้ยังมี LINE GIFTSHOP บริการส่งของขวัญรูปแบบใหม่ให้เพื่อนผ่าน LINE ซึ่งเปิดตัวไปเมื่อปลายปีที่ผ่านมาก็ได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้ใช้งาน โดยพบว่าผู้ใช้บริการ 55% ซื้อสินค้าเป็นของขวัญให้เพื่อน ส่วนที่เหลือซื้อให้กับตนเอง จึงเป็นอีกก้าวสำคัญของนวัตกรรม social commerce สำหรับผู้ประกอบการและผู้ใช้งาน ทั้งหมดนี้ถือเป็นการตอกย้ำให้เห็นว่าประเทศไทยได้เข้าสู่ยุค m-commerce และ social commerce แล้ว'นายอริยะกล่าวเสริม 'เทรนด์ที่ 4 ซึ่งเป็นเทรนด์ใหม่ในปีนี้ คือ บริการ O2O หรือการขยายโอกาสทางธุรกิจจากออนไลน์สู่ออฟไลน์ โดยใช้สื่อออนไลน์ผลักดันให้เกิดทราฟฟิกหรือยอดขายทางออฟไลน์ ซึ่งสอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ปัจจุบันมีแอพพลิเคชั่นให้ดาวน์โหลดมากมาย ซึ่งคนส่ วนใหญ่ดาวน์โหลดเฉลี่ยเพียง 39 แอพฯ[5] ต่อหนึ่งดีไวซ์ และใช้งานจริงเพียง 17 แอพฯ LINE มีความเชื่อว่าแนวคิด 'Apps within an App' จะช่วยตอบโจทย์ได้ ทำให้การเข้าถึงบริการในชีวิตประจำวันผ่าน LINE เพียงช่องทางเดียวแทนที่การดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นมากมาย LINE ตั้งเป้าที่จะพัฒนาบริการในลักษณะนี้ ทั้งการพัฒนาขึ้นเองและการจับมือกับสตาร์ทอัพในเมืองไทย' 'ในปีนี้เป้าหมายสำคัญ คือ การสร้าง LINE ให้เป็นมากกว่าแอพพลิเคชั่นแชท ด้วยการเป็นแพลตฟอร์มทั้งสำหรับผู้ใช้งานทั่วไปและองค์กรธุรกิจ ผู้ใช้ทั่วไปสามารถใช้บริการต่างๆ เพื่อเพิ่มความสุขในชีวิตผ่าน LINE ในขณะที่ลูกค้าองค์กรสามารถใช้ LINE ในการสร้างการรับรู้ สร้างการมีส่วนร่วมระหว่างแบรนด์กับกลุ่มเป้าหมาย เพิ่มยอดขายให้กับสินค้าและบริการ ทำการซื้อขาย ในที่เดียวผ่าน LINE สมกับที่เป็น 'LINE Beyond Chat' ผ่าน 5 กลุ่มธุรกิจหลักของ LINE ได้แก่ ธุรกิจเกม (LINE GAME) ธุรกิจคอนเทนต์ (LINE TV, LINE MUSIC) ธุรกิจโซลูชั่นสำหรับองค์กร (LINE Official Account, LINE@) ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ (LINE GIFTSHOP) และธุรกิจเพย์เมนต์ (LINE Pay) โดยตั้งเป้าเพิ่มจำนวนผู้ใช้บริการเหล่านี้ให้เทียบเท่ากับบริการแชท และยังมีแผนในการผนวกบริการที่มีอยู่เข้าด้วยกันภายใต้แอพพลิเคชั่นเดียวเป็นซิงเกิ้ลแพลตฟอร์มเพื่อให้ผู้ใช้สามารถใช้งานได้ง่าย เข้ามาอยู่ในทุกส่วนของชีวิตประจำวันของคน ซึ่งสิ่งเหล่านี้นอกจากจะช่วยตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ให้ผู้บริโภคสะดวกสบายและมีความสุขในชีวิตมากขึ้นแล้ว ยังเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้แบรนด์ LINE เป็นที่ยอมรับและชื่นชอบในกลุ่มผู้บริโภคชาวไทย โดยล่าสุดจากการจัดอันดับ 'Best Brand 2015' โดยYouGov BrandIndex LINE ติดอันดับ 2 จากทั้งหมด 250 แบรนด์ที่ได้รับการกล่าวถึงในทางบวกมากที่สุดในเมืองไทย' นายอริยะกล่าวทิ้งท้าย Bobby 1005

ต้อนรับวาเลนไทน์ คิดส์ซาเนีย กรุงเทพ เชิญน้องๆ ร่วมสนุกกับกิจกรรมแห่งความรัก

ต้อนรับวาเลนไทน์ คิดส์ซาเนีย กรุงเทพ เชิญน้องๆ ร่วมสนุกกับกิจกรรมแห่งความรัก 12 - 14 ก.พ. นี้ พบกับบรรยากาศสุดโรแมนติกในสถานประกอบการ ทั่วทั้งเมืองคิดส์ซาเนีย อาทิ ระบายสีภาพ ไรท์ คีปเปอร์ (RightZKeepers)รุ่นลิมิเต็ด ที่อาร์ต สตูดิโอ (Art Studio) ทำวาเลนไทน์ คัพเค้กแสนอร่อย ที่โรงเรียนสอนทำอาหาร (Culinary School) ดูแลสัตว์เลี้ยงด้วยความรัก ที่คลินิคสัตวแพทย์ (Vet Clinic) โชว์คอนเสิร์ตด้วยบทเพลงแห่งรัก ที่โรงเรียนสอนการแสดงสด (Live Stage) แต่งหน้าแนวสดใส น่ารัก ที่ร้านเสริมสวย (Beauty Salon) ตามหาแหวนหมั้น คู่รักทำหล่นหาย ที่สถานีตำรวจ (Police Station) ส่งต่อความรักด้วยเจลลี่รูปหัวใจ ที่จุดบริการรับ ส่ง พัสดุ(Courier Service ) จัดรายการวิทยุรายงานข่าวรักสุดหวาน ที่สถานีวิทยุ (Radio Station) ปีนตึกพิสูจน์รัก ที่อาคารจำลอง (Climbing Building) พร้อมฟินกับโปรโมชั่น ซื้อบัตรเด็ก 2 ใบ (ราคาปกติ) รับฟรีบัตรเข้าเมืองสำหรับผู้ใหญ่ 1 ใบ และพิเศษ!เฉพาะท่านที่ซื้อ 100 แพ็คเกจแรกนี้ รับเพิ่ม Multi Colors Pen ติดตามรายละเอียดกิจกรรมได้ที่ www.facebook.com/kidzaniabangkok หรือโทร 02 683 1888 Bobby 1004

คาเธ่ย์ แปซิฟิค กรุ๊ป รีแบรนด์ดรากอนแอร์ พร้อมพลิกโฉมสู่ คาเธ่ย์ ดรากอน

คาเธ่ย์ แปซิฟิค กรุ๊ป รีแบรนด์ดรากอนแอร์ พร้อมพลิกโฉมสู่ คาเธ่ย์ ดรากอน คาเธ่ย์ แปซิฟิค กรุ๊ป ประกาศการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่จะนำไปสู่การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของสายการบินคาเธ่ย์ แปซิฟิค และสายการบินดรากอนแอร์ โดยสายการบินดรากอนแอร์ จะเปลี่ยนชื่อเป็น คาเธ่ย์ ดรากอน ซึ่งทั้งสองสายการบินจะยังคงให้บริการภายใต้แบรนด์และการถือครองใบอนุญาตการบินของตนเอง การรีแบรนด์เพื่อให้ภาพลักษณ์ของทั้งสองสายการบินใกล้เคียงกันมากขึ้น จะช่วยยกระดับแบรนด์ คาเธ่ย์ ดรากอนให้มีความเป็นสากลยิ่งขึ้น เช่นเดียวกับแบรนด์คาเธ่ย์ แปซิฟิค ซึ่งเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางในปัจจุบัน และสามารถขยายเส้นทางการให้บริการเที่ยวบินสู่ประเทศจีน ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการเติบโตของการเดินทางเชิงท่องเที่ยวและเชิงธุรกิจสูงที่สุดในโลก โดยผู้โดยสารจะได้รับความสะดวกสบายและประสบการณ์การเดินทางที่ดียิ่งขึ้น ตั้งแต่สายการบินดรากอนแอร์ ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจภายใต้การดำเนินงานของคาเธ่ย์ แปซิฟิคในปี 2549 ดรากอนแอร์ได้ขยายการบริการสู่จุดหมายปลายทางเพิ่มขึ้นใหม่ทั้งหมด 23 เส้นทาง และมีจำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้นถึง 5 เท่าคิดเป็นกว่า 7 ล้านคนในปี 2558 โดยมีจำนวนผู้โดยสารของทั้งสองสายการบินรวมกันเพิ่มขึ้นจาก 22 ล้านคนเป็นมากกว่า 34 ล้านคนในปีที่ผ่านมา การเติบโตอย่างก้าวกระโดดนี้ เป็นผลมาจากการบริหารงานของคาเธ่ย์ แปซิฟิค กรุ๊ป ในการรองรับผู้โดยสารด้วยเที่ยวบินที่เดินทางเข้าและออกจากประเทศจีน รวมถึงตลาดผู้โดยสารกลุ่มเป้าหมายในภูมิภาคและตลาดกลุ่มเป้าหมายระยะไกลที่เดินทางจากสนามบินนานาชาติฮ่องกง ไอแวน ชู ประธานบริหารสายการบินคาเธ่ย์ แปซิฟิค กล่าวว่า 'เรามีความภาคภูมิใจกับความสำเร็จของทั้งสองสายการบินที่มีร่วมกัน สายการบินคาเธ่ย์ ดรากอน จะเป็นแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับจากผู้โดยสารทั่วโลกในฐานะของสายการบินที่ให้บริการภายใต้ คาเธ่ย์ แปซิฟิค กรุ๊ป ซึ่งการรีแบรนด์ที่สำคัญในครั้งนี้จะทำให้ทั้งสองสายการบินสามารถมอบประสบการณ์การเดินทางที่ดียิ่งขึ้นให้แก่ผู้โดยสารที่มีจำนวนการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว' 'เรามุ่งมั่นต่อยอดจากความสำเร็จที่ฮ่องกงได้กลายเป็นศูนย์กลางการบินระดับสากลที่เชื่อมต่อระหว่างประเทศจีน การสร้างแบรนด์ใหม่ให้กับคาเธ่ย์ ดรากอน จะทำให้สายการบินมีศักยภาพในการแข่งขันที่แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น โดยการนำเสนอบริการที่ได้มาตรฐานเดียวกับสายการบินคาเธ่ย์ แปซิฟิค เพื่อให้ผู้โดยสารสามารถสัมผัสประสบการณ์การเดินทางที่ยอดเยี่ยมอย่างสม่ำเสมอ' ทั้งนี้ เครื่องบินของสายการบินคาเธ่ย์ ดรากอน จะมีการปรับโลโก้เป็นภาพฝีแปรง เฉพาะของคาเธ่ย์ (brushwing) โดยจะเริ่มใช้ครั้งแรกบนเครื่องบินแอร์บัส เอ 330-300 ในเดือนเมษายนนี้ ก่อนจะขยายไปสู่เครื่องบินลำอื่นๆ ต่อไป อัลเจอนอน เหยา ประธานบริหารสายการบินคาเธ่ย์ ดรากอน กล่าวว่า 'เรายังคงรักษาระดับคุณภาพการให้บริการในฐานะสายการบินยอดเยี่ยมแห่งภูมิภาคสี่ปีซ้อนแก่ผู้โดยสารอย่างต่อเนื่อง โดยพนักงานของเรามุ่งมั่นและพร้อมที่จะมอบบริการอันน่าประทับใจและเป็นกันเองให้แก่ผู้โดยสารเช่นเคย นอกจากนี้ คาเธ่ย์ ดรากอน ยังคงมุ่งมั่นที่จะให้บริการต่างๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้โดยสารไว้ด้วยเช่นกัน เช่น การบริการอาหารเลิศรสสไตล์จีนและเอเชีย รวมทั้งขนมสไตล์ฮ่องกงยอดนิยมให้แก่ผู้โดยสารทุกท่าน เป็นต้น' คาเธ่ย์ แปซิฟิค กรุ๊ป จะมีการเปิดตัวแคมเปญโฆษณาและการตลาด ภายในปีนี้ เพื่อสร้างการรับรู้เกี่ยวกับแบรนด์คาเธ่ย์ ดรากอน และประโยชน์ต่างๆ ที่ผู้โดยสารจะได้รับจากสายการบินต่อไปพลิกโฉมการเดินทางบนน่านฟ้า ในเร็วๆ นี้ สายการบินดรากอนแอร์จะมีการปรับแบรนด์โดยใช้ชื่อใหม่เป็น สายการบินคาเธ่ย์ ดรากอน โดยที่ทั้งสองสายการบินยังคงทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดเช่นเคย เพื่อมอบประสบการณ์ร่วมระหว่างลูกค้ากับแบรนด์ ด้วยชื่อเสียงที่มีมายาวนานและรางวัลที่สายการบินดรากอนแอร์ได้รับโดยเฉพาะอย่างยิ่งจากประเทศจีน ซึ่งเป็นตลาดที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว ถือเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับเรา ดังนั้นการใช้ชื่อใหม่ที่ยังมีความสอดคล้องกับชื่อเดิมจึงยังมีความจำเป็น อีกทั้งยังเป็นการคงไว้ซึ่งประสบการณ์การเดินทางที่แตกต่าง ซึ่งเป็นสิ่งที่ดรากอนแอร์ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง สายการบินคาเธ่ย์ ดรากอน เป็นสายการบินที่ให้บริการมานานกว่าทศวรรษ มอบประสบการณ์การเดินทางให้แก่ผู้โดยสารที่ใช้บริการการเดินทางเชื่อมต่อระหว่างสายการบินคาเธ่ย์ แปซิฟิค และ ดรากอนแอร์ โลโก้ใหม่ของสายการบินคาเธ่ย์ ดรากอน เพื่อให้สายการบินคาเธ่ย์ ดรากอน สามารถสร้างประสบการณ์ร่วมระหว่างลูกค้ากับแบรนด์ได้ จึงเป็นเรื่องสำคัญสำหรับทั้งสองสายการบินในการกำหนดความเชื่องโยงระหว่างกันอย่างชัดเจน ดังนั้น การใช้ชื่อของคาเธ่ย์และโลโก้เป็นภาพฝีแปรงที่งดงามนั้น ช่วยสะท้อนให้เห็นถึงการความเชื่อมโยงและการให้บริการอันยอดเยี่ยมในรูปแบบที่ชัดเจนและไม่ซับซ้อน อย่างไรก็ตาม ยังคงมีการใช้สีแดงในโลโก้ใหม่ เพียงแต่เพิ่มความเข้มของสีแดงให้มากขึ้นกว่าเดิมเครื่องบินของคาเธ่ย์ ดรากอน เครื่องบินของสายการบินคาเธ่ย์ ดรากอน ถูกออกแบบมาให้สอดคล้องกับเครื่องบินของคาเธ่ย์ แปซิฟิค โดยรูปลักษณ์ภายนอกนั้นมีการนำเอาโลโก้ภาพฝีแปรงมาไว้ที่หางเครื่องบินทั้งสองด้าน เพื่อบ่งบอกถึงความสัมพันธ์และคุณค่าของแบรนด์ที่ทั้งสองสายการบินมีร่วมกัน อีกทั้งยังเป็นการสานต่อชื่อเสียงในการให้บริการที่มีมาตั้งแต่อดีตและมุ่งสู่อนาคตไปด้วยกัน โดยที่ยังคงความร่วมสมัยและความภูมิฐาน คาเธ่ย์ ดรากอน ยังคงเก็บลวดลายมังกรจีนของสายการบินดรากอนแอร์ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายในภูมิภาคนี้เอาไว้ โดยมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบเพียงเล็กน้อย ด้วยการออกแบบให้ดูทันสมัยขึ้น เพิ่มการไล่ระดับของสีในบริเวณหลังของมังกร ลดทอนรายละเอียดบางส่วนลงเพื่อให้ตัวมังกรดูไม่ซับซ้อน ซึ่งโลโก้ลวดลายมังกรจีนนี้จะถูกนำมาติดไว้ที่บริเวณส่วนหน้าของเครื่องบินทุกลำที่ให้บริการความงดงามของศิลปะจีนร่วมสมัยสู่ปรัชญาในการออกแบบ เราภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งกับชื่อเสียงที่มีมาอย่างยาวนานในฮ่องกงและจีน การรักษาคุณค่าดังกล่าวไว้จึงเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งทั้งหมดนี้สะท้อนผ่านการออกแบบของคาเธ่ย์ ดรากอน ที่ผสานความร่วมสมัยสไตล์จีนเข้าไว้ด้วยกัน สายการบินคาเธ่ย์ ดรากอน ยังคงสรรสร้างแรงบันดาลใจเพื่อการออกแบบและรสนิยมที่สื่อถึงความคิดสร้างสรรค์อันทันสมัยสไตล์จีน ซึ่งสะท้อนให้เห็นอย่างเด่นชัดจากการออกแบบ และการพัฒนาปรับปรุงการให้บริการของสายการบินอย่างต่อเนื่องสัมผัสประสบการณ์การเดินทางอันยอดเยี่ยม ผู้โดยสารสายการบินคาเธ่ย์ ดรากอนจะได้รับประสบการณ์การเดินทาง ที่เสมือนกับการบริการของ คาเธ่ย์ แปซิฟิค เพิ่มชีวิตชีวาให้กับการเดินทางมากยิ่งขึ้น สายการบินคาเธ่ย์ ดรากอน และ คาเธ่ย์ แปซิฟิค ยังคงมอบประสบการณ์การเดินทางที่ดีเลิศ โดยแต่ละสายการบินยังคงการให้บริการอันเป็นเอกลักษณ์ที่สะท้อนถึงความต้องการที่เฉพาะเจาะจงของผู้โดยสารในแต่ละสายการบินเช่นเคย ตัวอย่างเช่น สายการบินคาเธ่ย์ ดรากอน ยังคงให้บริการอาหารสไตล์จีนและฮ่องกงเลิศรสบนเที่ยวบิน ทั้งนี้ สายการบินคาเธ่ย์ ดรากอน และ คาเธ่ย์ แปซิฟิค พร้อมมอบประสบการณ์ร่วมระหว่างลูกค้ากับ แบรนด์ภายใต้ปรัชญา Life Well Travelled Bobby 1003

โรลส์-รอยซ์ ร่วมกับแบรนด์ระดับไฮเอนท์ เนรมิตค่ำคืนแห่งการบอกรักรับวันวาเลนไทน์

โรลส์-รอยซ์ ร่วมกับแบรนด์ระดับไฮเอนท์ เนรมิตค่ำคืนแห่งการบอกรักรับวันวาเลนไทน์ โรลส์-รอยซ์ มอเตอร์ คาร์ส แบงคอก โดย นายฉัตวิทัย ตันตราภรณ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท มิลเลียนแนร์ ออโต้ เซลส์ แอนด์ เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด ภายใต้กลุ่มบริษัท มาสเตอร์ กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) ร่วมกับแบรนด์ระดับไฮเอนท์ ทิฟฟานี แอนด์ โค, บลู เลเบิ้ล, สไตน์เวย์ ลิงดอร์ฟ, เพนฮาลิกอนส์ และ เบอร์เซ่นดอร์เฟอร์ จัดงานค่ำคืนแห่งการบอกรัก 'อะไนท์ ออฟ แชมเมอริ่ง เลิฟ - พรี วาเลนไทน์ รีเซบชั่น' (A Night of Shimmering Love - Pre-Valentine Reception) ให้กับลูกค้าคนพิเศษ ณ โชว์รูมโรลส์-รอยซ์ พระราม 3 บรรยากาศภายในงาน อะไนท์ ออฟ แชมเมอริ่ง เลิฟ ถูกรังสรรค์ให้เป็นเอ็กซ์คูลซีฟปาร์ตี้สุดหรู บรรดาแขกผู้มีเกียรติต่างเพลิดเพลินไปกับบทเพลงสุดคลาสสิก ที่ถ่ายทอดโดยนักร้องชายหญิงร่วมกับการบรรเลงเปียโน เบอร์เซ่นดอร์เฟอร์ (Bosendorfer) อันเป็นเอกลักษณ์ในเสียงกังวานและไพเราะ จนได้รับการยอมรับจากนักเปียโนชั้นนำระดับโลก พร้อมด้วยเสียงเพลงจากระบบเครื่องเสียงเวิร์ลคลาสของประเทศเดนมาร์ก สไตน์เวย์ ลิงดอร์ฟ (Steinway Lyngdorf) ร่วมตื่นตาตื่นใจไปกับแสงระยิบระยับของเครื่อง ประดับระดับเอ็กซ์คลูซีฟจากสหรัฐอเมริกาอย่าง ทิฟฟานี แอนด์ โค (Tiffany & Co.) ที่นำเสนอความงามระดับตำนานผ่านการเดินแฟชั่นโชว์ รวมถึงน้ำหอมชั้นสูงจากประเทศอังกฤษ เพนฮาลิกอนส์ (Penhaligon's) ที่มาร่วมแต่งเติมค่ำคืนแห่งความรักให้อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมอันทรงคุณค่าจากส่วนผสมชั้นเลิศ ปิดท้ายด้วยประสบการณ์ดื่มด่ำเหนือระดับอันทรงพลังของ บลู เลเบิ้ล ลิมิเต็ด อิดิชั่นจาก จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ (Johnnie Walker) รุ่นปีนักษัตรลิง และพิเศษสุดกับยนตรกรรมอันโดดเด่นของ โรลส์-รอยซ์ รุ่นเรธ มาจอดแสดงให้แขกผู้มีเกียรติได้สัมผัสภายในงาน รวมถึง Dark Parline Chocolate ส่งตรงจากเบลเยี่ยมมอบให้เป็นของขวัญสำหรับทุกท่าน เพื่อเติมเต็มค่ำคืนแห่งความรักที่หรูหราและสมบูรณ์แบบที่สุดในแบบฉบับ โรลส์-รอยซ์ Bobby 1002

ตำรวจไซเบอร์ ฉีกหน้ากากรักออนไลน์ รับวาเลนไทน์ สถิติชี้ มนุษย์ยุคสังคมก้มหน้าเดียวดายหนัก โจรรู้ทางใช้ความรักเป็นเหยื่อล่อ

ตำรวจไซเบอร์ ฉีกหน้ากากรักออนไลน์ รับวาเลนไทน์ สถิติชี้ มนุษย์ยุคสังคมก้มหน้าเดียวดายหนัก โจรรู้ทางใช้ความรักเป็นเหยื่อล่อ
บก.ปอท.เผยกลลวงสุดเจ็บโจรใช้สนองคนโหยหารัก โดนถ้วนหน้าเด็กยันแก่ 70! เหลือเชื่อแค่ปีเดียวดำเนินคดีทะลุ 150 ล้านบาท! คุณสมบัติ 'โสด เหงา ตังค์เหลือ'ตกเป็นเหยื่อตลอดกาล พ.ต.อ.ภาณุวัฒน์ ร่วมรักษ์ รองผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทาง เทคโนโลยี(บก.ปอท.) เปิดเผยถึง ความน่ากลัวของคดีโรแมนซ์สแกมว่าสังคมยุคใหม่ชักอยู่ยาก ทั้งโจรไทยโจรฝรั่งมุ่งหาประโยชน์จากความอ่อนไหวของคน เพียงแค่ Smartphone ราคาเพียง 2 พันนิดๆ พร้อมอาวุธเป็นคำหวาน และรูปโปรไฟล์ที่ดูดีน่าคบหา ก็สามารถหักอกและทำให้เหยื่อหมดตัวได้ในพริบตา วิธีการเลือกเหยื่อของโจร คุณสมบัติสุดคลาสสิคที่โจรหมายตามักจะเป็น คนโสดที่มีอายุค่อนข้างเยอะ การศึกษาดี และแน่นอนต้องมีสตางค์ ซึ่งสาเหตุที่โจรมักเลือกเหยื่อเป็นคนอายุเยอะและการศึกษาดีนั้นก็เนื่องด้วยตรรกะง่ายๆที่คนอายุเยอะ การศึกษาดี มีหน้าที่การงานดี มักมีรายได้ดีและมีเงินเก็บอยู่เป็นกอบเป็นกำ ยิ่งไปกว่านั้นการจะหาข้อมูลเกี่ยวกับเหยื่อว่ามีการใช้ชีวิตและฐานะอย่างไรในปัจจุบันนั้นเป็นเรื่องง่ายมาก เพราะเพียงเฝ้าดูความเคลื่อนไหวจากเฟสบุ๊คของเหยื่อก็สามารถรู้ทุกข้อมูลได้เป็นอย่างดีแล้ว เนื่องจากต้องยอมรับว่าธรรมชาติของคนใช้เฟสบุ๊ค ส่วนใหญ่นั้นมักชอบโพสต์ไลฟ์สไตล์อันหรูหราโชว์เพื่อน ซึ่งความร่ำรวยที่นำมาโพสต์โชว์เหล่านั้นท้ายสุด ได้กลับเป็นการทำให้ตัวเองตกเป็นเหยื่อของโจรที่กำลังมอนิเตอร์เลือกเหยื่อของเขาอยู่นั่นเอง โดยในวันวาเลนไทน์นี้ ตำรวจไซเบอร์ได้ชวนทุกคนที่พบรักออนไลน์ให้มาเช็คข้อมูลเบื้องต้นง่ายๆว่าคนที่เราคุยอยู่ด้วยนั้นเป็นรักแท้ที่กำลังตามหา หรือมีแววเป็นโจรที่มาพร้อมคำหวานกันแน่ เช็คด่วน!! 5 อาการส่งสัญญาณว่าเราถูกหลอก!! 1.หนุ่มคนนั้นตกหลุมรักเราเร็วเท่าสัญญาณ 4G ที่ใช้คุยกัน ไม่ถึงอาทิตย์เรียก 'ที่รัก'สักพักก็ขอแต่งงาน โดยสาเหตุที่โจรมักเรียกเหยื่อว่าที่รัก (หรือ Darling ในกรณีที่โจรเป็นชาวต่างชาติ) นั้นไม่ใช่เพราะเขารักคุณสุดหัวใจแต่อย่างใด แต่เพราะโจรมักคุยกับเหยื่อที่ละหลายสิบคน จึงเรียกทุกคนว่า ที่รัก ให้เหมือนกันหมด เพื่อเป็นการป้องกันการเรียกชื่อผิด !! 2.ไม่เปิดกล้อง ไม่ยอมให้เห็นหน้า บ่ายเบี่ยงเมื่อขอเจอตัว เป็นธรรมดาที่โจรมักไม่ใช้รูปของตัวเอง แต่เอารูปของคนหน้าตาดีคนอื่นมาหลอกให้เหยื่อตกหลุมรัก และในกรณีที่คู่รักออนไลน์ของคุณเป็นชาวต่างชาติและใช้รูปโปรไฟล์เป็นฝรั่งผิวขาวนั้น ในความจริงพบว่าแทบทั้งหมดเป็นคนผิวดำไนจีเรียซึ่งใช้รูปฝรั่งผิวขาวหน้าตาดีมาหลอกเหยื่อ 3.รักกันไม่นาน ก็มีเหตุการณ์ที่พาให้เราต้องเสียตังค์ ร้อยแปดเหตุผลที่ทำให้เราต้องโอนเงินให้ ไม่ว่าจะบอกว่าไม่สบายต้องใช้เงินรักษา ชวนทำธุรกิจ บอกปัญหาชีวิตต่างๆนานาให้เราสงสาร หรือต้องโอนเงินเพื่อจ่ายค่าธรรมเนียมในการรับของขวัญแสนแพงที่เขาส่งมาให้ โดยโจรจะใช้คนกลางอีกคนโทรหาเหยื่อแล้วแสร้งทำทีว่าเป็นคนจากบริษัทขนส่งหรือศุลกากรเพื่อเรียกเก็บเงินค่าธรรมเนียมการขนส่งของของนั้น(ซึ่งเทียบแล้วถือเป็นจำนวนเงินน้อยมากเมื่อเทียบกับมูลค่าของขวัญแสนแพงที่เขาส่งมาให้) ก่อนที่เราจะสามารถรับของกลับไปได้ 4.ในกรณีเป็นฝรั่งมักบอกว่าเป็นชาวอังกฤษ หรืออเมริกัน แต่ดันเขียนภาษาอังกฤษผิดแกรมม่าตลอด นั่นเพราะว่าความจริงแล้วร้อยละ 99 เขาคือคนผิวดำไนจีเรียปลอมตัวมาในคราบหนุ่มฝรั่งรูปงาม หน้าที่การงานดีนั่นเอง 5.คุยกันไม่นาน ชอบชวนเปิดกล้อง ทำกิจกรรม sex online เคสนี้เหยื่อส่วนมากมักจะเป็นคุณผู้ชายที่นึกสนุกอยากทำกิจกรรม sex online ตามคำชวนของสาวแปลกหน้าที่อยู่ดีๆก็ทักเข้ามาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย โดยหารู้ไม่ว่าในขณะที่คุณกำลังสนุกกับกิจกรรมดังกล่าวกับเธอผ่านกล้องอยู่นั้น สาวคนนั้นได้อัดวีดีโอในขณะที่คุณกำลังสำเร็จความใคร่พร้อมบทสนทนาที่คุณพูดไว้ทุกคำ แล้วนำวีดีโอนั้นมาแบล็กเมล์เรียกเงินจากคุณอย่างไม่รู้จบเลยทีเดียว นอกจากนั้น ตำรวจไซเบอร์ยังได้เปิดเผยข้อเท็จจริงที่ทุกคนต้องแปลกใจในการหลอกรักออนไลน์ที่คุณอาจคิดไม่ถึงอีกด้วย5 เรื่องจริงที่จะทำให้คุณตะลึง !! 1.มีเหยื่อมากมายที่ญาติต้องบังคับให้มาแจ้งความหลังจากได้โอนเงินให้คนรักออนไลน์ไปมหาศาลแล้ว โดยแม้ในวันที่มาแจ้งความเหยื่อยังคงปักใจเชื่อว่านั่นคือรักแท้และไม่เชื่อว่าตัวเองถูกหลอกสักนิดเดียว 2.คนถูกหลอกมักเป็นคนมีการศึกษาดี หน้าที่การงานดี ไม่ใช่คนเรียนน้อยอย่างที่หลายคนคิดกัน 3.เหยื่อที่หลงเชื่อส่วนมากมักเป็นคนวัยกลางคนถึงสูงอายุ ที่มีอายุอยู่ในช่วงตั้งแต่ 45 - 60 ปี และเงินนั้นมักเป็นเงินเก็บจากการทำงานทั้งชีวิตของเหยื่อ 4.รายที่สูญเสียมากที่สุดได้โอนเงินให้คนรักออนไลน์ที่ไม่เคยพบหน้ากันแม้แต่ครั้งเดียวเป็นจำนวนถึง 26 ครั้ง เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 33 ล้านบาท โดยใช้เวลาถึงเกือบ 2 ปี ก่อนที่เหยื่อจะทราบว่าตัวเองถูกหลอก !! 5.ไม่น่าเชื่อว่าโจรสามารถใช้จิตวิทยาในการทำให้เหยื่อรายหนึ่งหลงเชื่อและโอนสตางค์ให้มิจฉาชีพได้ถึง 83 ครั้ง!! รวมเป็นจำนวนเงิน 13 ล้านบาท ผบก.ปอท.กล่าวปิดท้ายว่า ตัวเลขความเสียหายที่เห็นนี้ ถือเป็นเพียงสถิติจากผู้ที่เข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ที่กองบังคับการปรามปราบการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีเท่านั้น มิได้นับรวมถึงเหยื่ออีกมากมายที่เข้าแจ้งความต่อเจ้าพนักงานในท้องที่ และเหยื่อที่เกิดความอับอายจนไม่กล้าเข้าแจ้งความ ดังนั้นในโลกปัจจุบันที่มีอาชญากรคอมพิวเตอร์ผุดขึ้นมามากมายเช่นในปัจจุบันนี้ ตำรวจไซเบอร์จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าประชาชนจะมีสติพิจารณาให้ถี่ถ้วนในทุกครั้งที่ทำความรู้จักกับคนแปลกหน้าผ่านทางสังคมออนไลน์ เพราะในทุกวันนี้ วลีที่ว่า "รักแท้ไม่แพ้อะไร" อาจจะไม่ใช่คำที่ดีที่สุดอีกต่อไป และอาจต้องเปลี่ยนเป็นวลีที่ว่า "รักแท้เสี่ยงแพ้ทางโจร" เพื่อให้เข้ายุคสมัยมากขึ้น ฐิตินันท์ ปานดอนลาน 094-539-2469 อวตาร เวิร์ล มีเดียhttp://www.avatarworldmedia.com/
ข่าว​เด่น​ทั้งหมด »


   
×

Message

Content unpublished

   

   

SME

   

BAACx60

   

CPALLxx

   
003761674
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
1071
15643
1071
3643439
202822
377538
3761674

Your IP: 50.19.160.72
Sat, 13 Feb 2016 19:15:11 +0000
   
© ALLROUNDER
บริษัท เพาเวอร์ ไทม์ มีเดีย จำกัด
: 387/9 ลาดพร้าว 87 แยก 9 วังทองหลาง กทม.10310
โทรศัพท์ : 081-431-6381 แฟกซ์ : 02-530-4424 
Emai : icorehoon@yahoo.com ,ipipat.n@gmail.com