FacebookTwitterGoogle BookmarksRSS Feed
   

PS17

พฤกษา เรียลเอสเตท เจ้าตลาดอสังหาฯ
เปิดวิลเลต ไลท์ ติวานนท์-แจ้งวัฒนะ1.98 ลบ. 
   

Intuch1

   

We have 494 guests and no members online

   

CPFxx

   

ALL-Hoon

   

test Slideshow CK  

   

GHBx60

   


APM และ BSM เข้าเยี่ยมชมธุรกิจ KCM ณ สำนักงานใหญ่ จังหวัดขอนแก่น

APM และ BSM เข้าเยี่ยมชมธุรกิจ KCM ณ สำนักงานใหญ่ จังหวัดขอนแก่น คุณสมศักดิ์ ศิริชัยนฤมิตร กรรมการผู้จัดการ บริษัทแอสเซท โปรแมเนจเม้นท์ จำกัด (APM) ในฐานะที่บริษัทปรึกษาทางการเงิน พร้อมด้วย คุณสัญชัย เนื่องสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บิวเดอสมาร์ท จำกัด (มหาชน) หรือBSM เข้าเยี่ยมชมธุรกิจ ของบริษัท เค ซี เมททอลชีล จำกัด (มหาชน) หรือ KCM ผู้ผลิตและจำหน่ายหลังคาเหล็กเมททอลชีท ภายใต้แบรนด์'รถถัง'โดยมีคุณนิพนธ์ เจริญกิจ กรรมการผู้จัดการ ให้การต้อนรับ ที่สำนักงานใหญ่ จังหวัดขอนแก่น สื่อมวลชนต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ : บริษัท ธามดี พลัส จำกัด นายทศพล กระสายเงิน (หนุ่ม) : โทร. +6689-474-0787 Email. Totsapon.thymedplus@gmail.com

คอนวูด คว้ารางวัลสถานประกอบการดีเด่น 2 ปีซ้อน

คอนวูด คว้ารางวัลสถานประกอบการดีเด่น 2 ปีซ้อน นายสุทธิพันธ์ วัชโรภาส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คอนวูด จำกัด กลุ่มบริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) รับมอบรางวัลสถานประกอบการดีเด่นระดับประเทศ ด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานระดับประเทศ ประจำปี 2558 จากงานสัปดาห์ความปลอดภัยจากการทำงานแห่งชาติ ครั้งที่ 29 ซึ่งเป็นปีที่ 2 ติดต่อกันที่คอนวูดได้รับรางวัลดังกล่าว โดยมีนายนคร ศิลปอาชา ปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นผู้มอบ เนื่องในโอกาสคอนวูดมีมาตรฐานความปลอดภัยในสถานที่ทำงานที่ดี ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา เผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ ในนามบริษัท คอนวูด จำกัด โดย บริษัท มาสเตอร์ มายด์ คอมมิวนิเคชั่นส์ จำกัด รายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อคุณ พิภพ ฆ้องวง โทรศัพท์ 02 612 281ต่อ 124 e-mail: pipop.k@mtmultimedia.com

ATP30 ประเดิมโรดโชว์ให้ข้อมูลนักลงทุน จ.ระยอง

ATP30 ประเดิมโรดโชว์ให้ข้อมูลนักลงทุน จ.ระยอง นายปิยะ เตชากูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอทีพี 30 จำกัด (มหาชน) (ATP30) นายสมภพ ศักดิ์พันธ์พนม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร นายสมศักดิ์ ศิริชัยนฤมิตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ จำกัด (APM) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน และนายนิมิต วงศ์จริยกุล กรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) แกนนำการจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุน ร่วมนำเสนอข้อมูลการเสนอขายหุ้นไอพีโอแก่นักลงทุน จ.ระยอง ณ ห้องเกาะแก้ว โรงแรมคลาสลิคคามิโอโฮเต็ล แอนด์ เซอร์วิสอพาร์เมนท์ โดยมีนักลงทุนสนใจเข้ารับฟังข้อมูลเป็นจำนวนมาก ข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ ปุณณดา สงวนวงศ์ (โบว์) / ณัฐวรรณ ถาแก้ว(ขวัญ) โทร. 02-718-2621 มือถือ 085-0738383 / 095-948-0582 อีเมล์ p-bowling@worklink.co.th / kwan@worklink.co.th

สมาคมผู้ผลิตยานยนต์ญี่ปุ่น เยี่ยมชมงาน Fast Auto Show Thailand 2015 'เลือกคันที่ชอบ ถอยคันที่ใช่'

สมาคมผู้ผลิตยานยนต์ญี่ปุ่น เยี่ยมชมงาน Fast Auto Show Thailand 2015 'เลือกคันที่ชอบ ถอยคันที่ใช่' สมาคมผู้ผลิตยานยนต์แห่งประเทศญี่ปุ่น หรือ Japan Automobile Manufacturers Association JAMA ส่งกรรมการบริหารเข้าเยี่ยมชม Fast Auto Show Thailand 2015 "เลือกคันที่ชอบ ถอยคันที่ใช่" ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุม ไบเทค บางนา ฮอลล์ 106 พร้อมพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการจัดแสดงยานยนต์ของประเทศไทย รวมทั้งเปิดเผยข้อมูลการผลิตและจำหน่ายยานยนต์ในย่านอาเซียน ในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2558 มร.ทาดาชิ โทยะ กรรมการทั่วไป Mr.Tadashi Toya, General Director และ มร. โรเบอร์ต โลว์ กรรมการด้านการค้าและประชาสัมพันธ์ Mr. Robert Loh, Director of Trade and Public Relations Affairs สมาคมผู้ผลิตยานยนต์แห่งประเทศญี่ปุ่น สำนักงานสิงคโปร์ Japan Automobile Manufacturers Association JAMA เข้าเยี่ยมชมงาน Fast Auto Show Thailand 2015 "เลือกคันที่ชอบ ถอยคันที่ใช่" โดยมี อาจารย์พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ ประธานบริษัท คิง ออฟ ออโต้ โปรดักท์ จำกัด และประธานจัดงาน ร่วมให้การต้อนรับ และพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นการจัดแสดงยานยนต์ของไทย ซึ่ง สมาคมผู้ผลิตยานยนต์แห่งประเทศญี่ปุ่น แสดงความยินดีที่แม้ว่ายอดการขายรถยนต์ของประเทศไทยในปีนี้ จะลด ต่ำลง แต่ในการจัดงานแสดงครั้งนี้ กลับได้รับความสนใจจากผู้บริโภค ให้ความสนใจเข้าชมงานอย่างคับคั่ง ขณะเดียวกัน JAMA ก็ได้เปิดเผยข้อมูลการผลิตและจำหน่ายยานยนต์ จาก สมาพันธ์ยานยนต์อาเซียน Asean Automobile Federation ตั้งแต่เดือนมกราคม-เมษายน 2558 ด้านการผลิต ประเทศไทย เป็นผู้ผลิตยานยนต์มากที่สุด 648,508 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2557 0.7%, โดยอินโดนีเซีย ผลิตได้เป็นอันดับสอง 3,966,664 คัน ลดลง 14.0%, อันดับสาม มาเลเซีย ผลิตได้ 225,331 คัน เพิ่มขึ้น 6.7%, อันดับสี่ เวียตนาม ผลิตได้ 47,523 คัน เพิ่มขึ้น 45.8% และอันดับห้า ฟิลิปปินส์ ผลิตได้ 28,891 คัน เพิ่ม 9.8% รวมทั้งภูมิภาค 5 ประเทศ ผลิตได้ทั้งสิ้น 1,346,917 คัน ลดลง 2.1% ในด้านการจำหน่าย ยอดการจำหน่ายรถยนต์ในภูมิภาค รวม 7 ประเทศ ตั้งแต่เดือนมกราคม-เมษายน 2558 สามารถจำหน่ายได้ทั้งสิ้น 995,961 คัน ลดลงจากปี 2557 7.2% โดยประเทศอินโดนีเซีย จำหน่ายได้มากที่สุด 363,945 คัน ลดลง 16.3% ทั้งนี้ปัจจัยสำคัญเนื่องมาจากความผันผวนของราคานำน้ำมันดิบภายในประเทศ, อันดับสอง ไทย จำหน่ายได้ 251,845 คัน ลดลง 15.3%, อันดับสาม มาเลเซีย จำหน่าย 213,493 คัน ลดลง 2.4%, อันดับสี่ ฟิลิปปินส์ จำหน่าย 84,141 คัน เพิ่มขึ้น 20.7%, อันดับห้า เวียตนาม จำหน่าย 57,561 คัน เพิ่มขึ้น 67.8%, อันดับหก สิงคโปร์ 19,619 คัน เพิ่มขึ้น 57.9% และอันดับเจ็ด บรูไน จำหน่าย 5,357 คัน ลดลง 9.4% สมาคมผู้ผลิตยานยนต์แห่งประเทศญี่ปุ่น JAMA เป็นผู้จัดงาน โตเกียว มอเตอร์ โชว์ Tokyo Motor Show ซึ่งกำหนด 2 ปีครั้ง ในปีนี้กำหนดจัดงานครั้งที่ 44 ระหว่างวันพุธที่ 29 ตุลาคม- วันอาทิตย์ที่ 8 พฤศจิกายน 2558 ณ โตเกียว บิ๊ก ไซท์, ประเทศญี่ปุ่น Tokyo Big Sight โดยใช้ธีมในการจัดงานว่า Smart Mobility City หรือ เมืองแห่งยานยนต์ที่ก้าวหน้า ในภาพ จากซ้าย นายขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานบริษัท สื่อสากล จำกัด, นายพัฒนเดช อาสาสรรพกิจ ประธานบริษัท คิง ออฟ ออโต้ โปรดักท์ จำกัด และประธานจัดงาน Fast Auto Show Thailand 2015, มร. ทาดาชิ โทยะ กรรมการทั่วไป JAMA, นายชลัทชัย ปภัสร์พงษ์ รองประธานจัดงาน ฝ่ายรถยนต์ใหม่ Fast Auto Show Thailand 2015 และ มร. โรเบอร์ต โลว์ กรรมการด้านการค้าและประชาสัมพันธ์ สมาคมผู้ผลิตยานยนต์แห่งประเทศญี่ปุ่น สำนักงานสิงคโปร์ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นการจัดแสดงยานยนต์ของไทย

คมนาคม-กสทช. เซ็นร่วมแก้ไขปัญหาวิทยุชุมชุนรบกวนสื่อสารวิทยุการบิน

คมนาคม-กสทช. เซ็นร่วมแก้ไขปัญหาวิทยุชุมชุนรบกวนสื่อสารวิทยุการบิน พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม นางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ปลัดกระทรวงคมนาคม และ พล.อ.อ. ธเรศ ปุณศรี ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ร่วมลงนามในบันทึกความร่วมมือแก้ไขปัญหาวิทยุชุมชนรบกวนการสื่อสารด้านการบินและวิทยุเครื่องช่วยเดินอากาศอย่างบูรณาการ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดต่อการเดินอากาศ การลงนามบันทึกความร่วมมือในครั้งนี้ สืบเนื่องจากคลื่นความถี่วิทยุการบินได้รับการรบกวนจากคลื่นวิทยุภาคพื้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งคลื่นความถี่วิทยุชุมชนที่ไม่ได้มาตรฐาน ทำให้การติดต่อสื่อสารระหว่างนักบินกับผู้ควบคุมจราจรทางอากาศไม่ชัดเจน จนเกิดความเข้าใจผิดในการสื่อสาร และยังทำให้อากาศยานประสบปัญหาขาดความต่อเนื่องในการรับสัญญาณจากวิทยุ เครื่องช่วยเดินอากาศ ส่งผลกระทบในการบอกทิศทางและแนวกึ่งกลางทางวิ่งเกิดความผิดพลาดในการนำร่องและนำร่อนอากาศยานลงสู่สนามบิน ซึ่งอาจนำไปสู่การเกิดอุบัติเหตุและอุบัติการณ์ได้ ทั้งนี้ กสทช.ในฐานะหน่วยงานที่มีหน้าที่ตรวจสอบการใช้คลื่นความถี่และแก้ปัญหาการรบกวน และ กระทรวงคมนาคม หน่วยงานที่กำกับดูแลการเดินอากาศของประเทศ เล็งเห็นถึงความสำคัญและผลกระทบของปัญหาดังกล่าว ที่จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือกันอย่างบูรณาการในทุกด้าน ทั้งการบังคับใช้กฎหมายร่วมกัน ในการปฏิบัติงานตามอำนาจหน้าที่ของแต่ละฝ่าย การสนับสนุนด้านวิชาการ การฝึกอบรม การแลกเปลี่ยนข้อมูล ส่งเสริมและประชาสัมพันธ์ให้เกิดความร่วมมือและเป็นเครือข่ายในการรณรงค์เผยแพร่ ให้กับสถานีวิทยุชุมชนในแต่ละภูมิภาค เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดต่อการเดินอากาศของประเทศไทย นอกจากนี้ หลังจากการลงนามในบันทึกความร่วมมือฯ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับปัญหาดังกล่าว ได้แก่ คค. กสทช. หน่วยงานความมั่นคง หน่วยงานด้านการปกครอง สายการบิน สมาคมวิทยุกระจายเสียง และ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด ยังได้ร่วมกันจัดการบรรยายและเสวนา ในหัวข้อ “คลื่นวิทยุชุมชนที่ไม่ได้มาตรฐานรบกวนการบิน 1 ใน 4 ปัจจัยอันตรายด้านการบิน" เพื่อให้ทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ร่วมรับฟังข้อมูลเพื่อป้องกันและลด ความเสี่ยงอันตรายต่อการบินและอากาศยานของประเทศ รวมทั้งร่วมกันหาวิธีควบคุมเพื่อลดความเสี่ยงและอันตรายจากวิทยุชุมชนที่ไม่ได้มาตรฐาน การลงนามในบันทึกความร่วมมือครั้งนี้ ถือเป็นการเน้นย้ำถึงความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อร่วมกันป้องกันและลดความเสี่ยงอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินที่จะส่งผลต่อภาพลักษณ์ของประเทศต่อไป อินโฟเควสท์

ประจิน ส่งสัญญาณชะลอขึ้นค่าแท็กซี่มิเตอร์รอบ 2,ขยายเวลารถเมล์-รถไฟฟรี

ประจิน ส่งสัญญาณชะลอขึ้นค่าแท็กซี่มิเตอร์รอบ 2,ขยายเวลารถเมล์-รถไฟฟรี พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม เปิดเผยถึงความคืบหน้าการปรับขึ้นอัตราค่าโดยสารรถแท็กซี่ รอบที่ 2 ว่า การปรับอัตราค่าโดยสารรถแท็กซี่ รอบที่ 2 คาดว่าแนวโน้มอาจมีการชะลอการปรับขึ้นอัตราค่าโดยสารรถแท็กซี่ออกไปก่อน เนื่องจากขณะนี้จะต้องนำสถานการณ์ใน 2 ส่วนพิจารณาประกอบกันคือ ผลกระทบกับประชาชนในปัจจุบัน ซึ่งยอมรับว่า รัฐบาลจะต้องดูแลประชาชนมากขึ้นจากค่าครองชีพสูง นอกจากนี้ จะต้องพิจารณาปัจจัยเรื่องต้นทุนของผู้ประกอบการ ความพึงพอใจจากผู้ใช้บริการ และค่าครองชีพของประชาชนมาเป็นองค์ประกอบที่สำคัญในการตัดสินใจปรับขึ้นอัตราค่าโดยสารรอบที่ 2 ซึ่งต้นทุนที่ได้มีการตกลงกับผู้ประกอบการไว้ก่อนหน้านี้มีแนวโน้มจะเป็นปัจจัยรองโดยจะขอเวลาไม่เกิน 1 สัปดาห์ หรือภายในวันที่ 13 ก.ค.นี้ หาข้อสรุป ส่วนแนวทางการพิจารณาขยายเวลาโครงการรถเมล์-รถไฟฟรี เพื่อประชาชน ซึ่ง ก่อนหน้านี้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติให้ยกเลิกโครงการดังกล่าวนั้น รมว.คมนาคม กล่าวว่า มาตรการรถเมล์-รถไฟฟรีที่จะสิ้นสุดในวันที่ 31 ก.ค.นี้ โดยขณะนี้กระทรวงคมนาคมอยู่ระหว่างการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงการดำเนินโครงการดังกล่าวอย่างเหมาะสมและตรงกับกลุ่มเป้าหมาย แต่เบื้องต้นคาดว่ามีแนวโน้มจะขยายเวลาโครงการดังกล่าวต่อไปอีก 3- 6 เดือน ส่วนเหตุถนนของกรมทางหลวงชนบท (ทช.) ทรุดนั้น กล่าวถึงกรณีดินทรุดในพื้นที่จังหวัดสระบุรี 2 เส้นทาง สาเหตุเบื้องต้นมาจากพื้นที่ดังกล่าวติดกับแหล่งน้ำ อาจเซาะพื้นที่ด้านล่างจนทรุด ขณะนี้ได้สั่งการให้กรมทางหลวงชนบทจัดเจ้าหน้าที่และเครื่องมืออุปกรณ์เข้าซ่อมแซมเร่งด่วน เพื่อให้สามารถกลับมาสัญจรได้ปกติคาดว่าจะใช้เวลา 1 สัปดาห์ อินโฟเควสท์

'รมว.คลัง'ยก'กรีซ'เป็นตัวอย่าง!! ชี้เป็นหายนะนโยบายประชานิยม

'รมว.คลัง'ยก'กรีซ'เป็นตัวอย่าง!! ชี้เป็นหายนะนโยบายประชานิยม แนวหน้า : นายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง เปิดเผยถึงผลการลงประชามติของกรีซ ที่ออกมาไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของกลุ่มเจ้าหนี้ ว่า คงไม่มีผลกระทบต่อตลาดเงินและตลาดทุนไทย เมื่อเทียบกับกรณีที่เศรษฐกิจจีนชะลอตัวที่จะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยมากกว่า โดยหนี้ทั้งหมดของกรีซ มาจากธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) และหนี้กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) สูงถึง 76% ส่วนที่เหลือมาจากสถาบันการเงินเอกชนเพียง 24% เท่านั้น "กรณีของกรีซถือเป็นตัวอย่างการหายนะของประชานิยม และจะส่งผลให้ประชาชนมีความยากลำบาก ซึ่งเป็นผลจากรัฐบาลมีการดำเนินนโยบายประชานิยมแบบไม่ลืมหูลืมตา ประชาชนมีความลำบากแน่" นายสมหมาย กล่าว อย่างไรก็ตาม มองว่าหลายประเทศมีแนวทางการช่วยเหลือปัญหาหนี้ของกรีซ และยังเชื่อมั่นว่าระหว่างกรีซกับเจ้าหนี้จะสามารถตกลงกันได้ในที่สุด โดยกลุ่มเจ้าหนี้อาจจะมีมาตรการเพื่อยืดหนี้ หรือลดดอกเบี้ยออกมาในช่วงหลังจากนี้ ทั้งนี้ รมว.คลัง ยังกล่าวปฏิเสธกระแสข่าวที่ไทยอาจจะต้องกู้เงินจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ว่า เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง เนื่องจากปัจจุบันไทยมีหนี้สาธารณะ 43% ต่อจีดีพี ประกอบกับทุนสำรองระหว่างประเทศยังอยู่ในระดับที่เข้มแข็ง ซึ่งเห็นว่าไทยยังมีสถานะทางเศรษฐกิจที่มั่นคง ดังนั้น จึงไม่ต้องการให้นักลงทุนตื่นตระหนกกับกระแสข่าวดังกล่าว

ธปท.คาดวิกฤติกรีซส่งผลตลาดเงินผันผวนระยะสั้น แต่ไม่กระทบศก.ไทยรุนแรง

ธปท.คาดวิกฤติกรีซส่งผลตลาดเงินผันผวนระยะสั้น แต่ไม่กระทบศก.ไทยรุนแรง นางผ่องเพ็ญ เรืองวีรยุทธ รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) กล่าวถึงผลกระทบหลังจากที่กรีซลงประชามติไม่ยอมรับเงื่อนไขของกลุ่มเจ้าหนี้ว่า อาจส่งผลกระทบต่อตลาดเงินให้มีความผันผวนในระยะสั้น แต่เชื่อว่าไม่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยรุนแรง เนื่องจากไทยมีความเชื่อมโยงกับกรีซค่อนข้างต่ำ ทั้งในส่วนของภาคการเงินและการค้า และแม้จะมีผลกระทบทางอ้อมบ้าง แต่คาดว่าอยู่ในวงจำกัด ทั้งนี้ การประเมินผลกระทบกรีซต่อระบบเศรษฐกิจการเงินไทยผ่านช่องทางต่างๆ พบว่า ฐานะของสถาบันการเงินจะไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง เนื่องจากสถาบันการเงินของไทย ไม่ได้มีธุรกรรมทางการเงินติดต่อกับกรีซโดยตรง ส่วนผลกระทบทางอ้อมที่จะผ่านความเชื่อมโยงกับกลุ่มสถาบันการเงินในยุโรปโดยรวมก็มีอยู่ในวงจำกัด เนื่องจากสถาบันการเงินของไทยปล่อยสินเชื่อหรือลงทุนในสินทรัพย์ของประเทศในยุโรปน้อยกว่า 0.5% ของสินทรัพย์รวม ขณะที่ผลกระทบทางการค้าจะอยู่ในวงจำกัดทั้งทางตรงและทางอ้อม เนื่องจากไทยมีการค้าโดยตรงกับกรีซน้อยมาก โดยไทยส่งออกไปกรีซเพียง 0.06% ของการส่งออกสินค้ารวม ส่วนผลกระทบทางอ้อมกับการค้าในประเทศกลุ่มยุโรป ที่แม้ไทยจะส่งไปยุโรปที่ 10.3% ของการส่งออกรวม แต่เมื่อพิจารณาคู่ค้าหลักในกลุ่มสหภาพยุโรป อาทิ เยอรมัน อังกฤษ เนเธอร์แลนด์ ประเทศเหล่านี้ยังมีปัจจัยพื้นฐานเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง จึงคาดว่าการส่งออกของไทยไม่น่าได้รับผลกระทบมากนัก นางผ่องเพ็ญ กล่าวถึงผลกระทบต่อตลาดการเงินไทยว่า อาจได้รับผลกระทบบ้างจากความกังวลของนักลงทุนที่เพิ่มขึ้นต่อทางออกของปัญหาที่มีความไม่แน่นอนสูงขึ้น แต่ผลกระทบโดยรวมคาดว่าจะเกิดขึ้นในระยะสั้น จึงไม่น่ากังวลมากนัก ขณะที่ตลาดเงินตราต่างประเทศอาจจะผันผวนมากขึ้น เนื่องจากความผันผวนของตลาดการเงินโลกที่สูงขึ้น ทำให้นักลงทุนลดการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงลง และหันไปลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น ขณะที่ตลาดทุนก็มีแนวโน้มผันผวนมากขึ้นเช่นกัน เนื่องจากราคาหลักทรัพย์และพันธบัตร อาจปรับลดลงจากความกังวลของนักลงทุน และอาจมีเงินทุนไหลออกจากตลาดทุนของภูมิภาคและไทยบ้างแต่ไม่รุนแรง เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมา นักลงทุนต่างชาติได้ปรับลดน้ำหนักการลงทุนในหลักทรัพย์ของไทยไปค่อนข้างมากแล้ว ดังนั้นโอกาสที่จะมีเงินทุนไหลออกต่อเนื่องในอนาคตจึงน่าจะมีไม่มากนัก ทั้งนี้ หากพิจารณาฐานะด้านต่างประเทศของไทย จะพบว่าเงินสำรองระหว่างประเทศที่อยู่ในระดับสูง โดยล่าสุด ณ วันที่ 26 มิ.ย.58 มีฐานะสุทธิอยู่ที่ระดับ 178.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จึงมีความเข้มแข็งเพียงพอที่จะรองรับความผันผวนของเงินทุนเคลื่อนย้ายในระยะต่อไปได้ นางผ่องเพ็ญ กล่าวว่า แม้ผลกระทบของวิกฤติหนี้กรีซต่อเศรษฐกิจไทยยังไม่เป็นที่น่ากังวลมากนัก แต่หากปัญหาขยายวงกว้างไปประเทศอื่นๆ ในกลุ่มยูโรโซน ผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจการเงินไทยก็จะเพิ่มมากขึ้น ดังนั้น ธปท.จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป รวมทั้งเตรียมความพร้อมเพื่อรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจการเงินไทย อินโฟเควสท์

ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว กดดันตลาดหุ้นไทยครึ่งปีหลัง บลจ.กสิกรไทยไม่หวั่น เดินหน้าจ่ายปันผล 2 กองทุนหุ้นไทย รวมกว่า 60 ล้านบาท

บลจ.กสิกรไทย เดินหน้าจ่ายปันผล 2 กองทุนหุ้นไทย รวมกว่า 60 ลบ. ไม่หวั่นภาวะศก.ชะลอตัว กดดันหุ้นไทยครึ่งปีหลัง นางสาวธิดาศิริ ศรีสมิต ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า สถานการณ์เศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีหลังมีความเสี่ยงที่จะขยายตัวต่ำและฟื้นตัวได้ช้า และคาดว่าตลาดน่าจะมีการปรับคาดการณ์การเติบโตของจีดีพีในปี 2558 ลงอีก โดยเสียงส่วนใหญ่คาดว่าจะเติบโตอยู่ที่ระดับ 3% ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยรวมถึงบลจ.กสิกรไทยคาดการณ์ไว้อยู่ที่ระดับ 2.8% ทั้งนี้ มีปัจจัยหลายด้านที่กดดันการขยายตัวของเศรษฐกิจ ได้แก่ ราคาพืชผลทางเกษตรที่อยูในระดับต่ำ ประกอบกับปัญหาภัยแล้งที่มีความรุนแรงกว่าที่คาดการณ์ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อรายได้และกำลังซื้อของกลุ่มเกษตรกร การบริโภคภาคเอกชนยังอยู่ในระดับต่ำ โดยเฉพาะภาคครัวเรือนที่มีความระมัดระวังเรื่องการใช้จ่ายมากขึ้น สวนทางกับกำลังซื้อที่มีเพิ่มขึ้นเมื่อราคาน้ำมันคงอยู่ในระดับต่ำ ขณะที่การส่งออกยังมีความเสี่ยงที่จะหดตัวต่อเนื่อง เพราะเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้า อาทิ จีน ยุโรป ชะลอตัวลง นอกจากนี้หากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของทางภาครัฐยังคงล่าช้าและไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ จะเป็นปัจจัยกดดันตลาดในช่วงครึ่งปีหลัง อย่างไรก็ดีในระยะ 1 – 2 เดือนที่ผ่านมา แนวโน้มการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเริ่มมีความคืบหน้ามากขึ้น อาทิ การเปิดประมูลโครงการรถไฟฟ้า รถไฟรางคู่ รวมถึงโครงการอื่นๆ ที่คาดว่าจะเริ่มดำเนินการภายในครึ่งปีหลัง รวมแล้วเป็นมูลค่าเกือบ 3 แสนล้านบาท สำหรับ แนวโน้มตลาดหุ้นไทย นางสาวธิดาศิริกล่าวว่า “ตลาดหุ้นไทยมีแรงกดดันจากหุ้นในกลุ่มธนาคารซึ่งหนี้เสียมีแนวโน้มสูงขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้า ส่งผลให้อาจมีการตั้งสำรองหนี้เสียเพิ่มขึ้นและกดดันให้มีการปรับลดประมาณการณ์กำไรลง ส่วนปัจจัยที่คาดว่าจะช่วยสนับสนุนตลาดหุ้นในครึ่งหลังปี 2558 ปัจจัยหลักมาจากการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐฯ และการผลักดันโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งหากสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็วขึ้น จะช่วยเสริมความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในด้านการใช้จ่ายและการลงทุนภาคเอกชน รวมถึงค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มอ่อนค่าต่อเนื่อง จะส่งผลดีต่อผล ประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในกลุ่มธุรกิจส่งออก นอกจากนี้ตลาดยังได้รับปัจจัยบวกจากสภาพคล่องในตลาดโลกที่ยังอยู่ในระดับสูง อันเป็นผลมาจากการดำเนินนโยบายทางการเงินที่ผ่อนคลายของธนาคารกลางหลักๆของโลก อาทิ ยุโรป ญี่ปุ่น และจีน รวมถึงแนวโน้มการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐฯ ที่คาดว่าจะชะลอไปเป็นช่วงปลายปี 2558 ซึ่งจะส่งผลดีต่อตลาดหุ้นโดยรวม” อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่ต้องติดตามคือ กรณีการแพร่ระบาดของโรค MERs และการผิดนัดชำระหนี้ของกรีซที่จะส่งผลกระทบในเชิงจิตวิทยาการลงทุน ทำให้ตลาดเกิดความผันผวนได้ในระยะสั้น แต่ผลกระทบในเชิงเศรษฐกิจโดยตรงต่อประเทศไทยคาดว่าจะมีไม่มากนัก ทั้งนี้ บลจ.กสิกรไทย มองเป้าหมายดัชนีหุ้นไทยปลายปี 2558 อยู่ที่ระดับ 1,600 จุด ด้วยอัตราส่วน Forward P/E ที่ระดับ 16 เท่า จากตัวเลขประมาณการเติบโตกำไรของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ของ Bloomberg ที่ประมาณ 30% นางสาวธิดาศิริกล่าวต่อไปว่า บลจ. กสิกรไทย เตรียมจ่ายปันผลกองทุนหุ้นไทยจำนวน 2 กองทุน ประกอบด้วย กองทุนเปิดเค หุ้นทุน (K-EQUITY) ในอัตรา 0.19 บาทต่อหน่วย สำหรับผลการดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2557 - 30 มิถุนายน 2558 และกองทุนเปิดเค สตราทิจิค แอคทีฟ หุ้นทุนปันผล (K-STADE)** ในอัตรา 0.20 บาทต่อหน่วย สำหรับผลการดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2558 - 30 มิถุนายน 2558 โดยทั้ง 2 กองทุนดังกล่าวจะจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนที่มีรายชื่ออยู่ในสมุดทะเบียน ณ เวลา 8.00 น. ของวันที่ 30 มิถุนายน 2558 และมีกำหนดจ่ายเงินปันผลดังกล่าวพร้อมกันในวันที่ 14กรกฎาคม 2558 นี้ รวมมูลค่าเงินปันผลทั้งสิ้นกว่า 60 ล้านบาท “กองทุน K- EQUITY และกองทุน K-STADE ปัจจุบันให้น้ำหนักการลงทุนในหุ้นที่จะได้รับประโยชน์จากนโยบายภาครัฐ อาทิ หุ้นในกลุ่มรับเหมาก่อสร้างซึ่งคาดว่าจะได้รับประโยชน์จากโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน หุ้นในกลุ่มธุรกิจส่งออก ซึ่งจะได้ประโยชน์จากค่าเงินบาทที่อ่อนตัว หุ้นในกลุ่มท่องเที่ยวที่คาดว่าจะฟื้นตัวจากการกระตุ้นการท่องเที่ยวของภาครัฐ หรือหุ้นที่มีปัจจัยเฉพาะตัวซึ่งมีการเติบโตโดยไม่พึ่งพิงเศรษฐกิจในประเทศ นอกจากนี้ จะเริ่มทยอยลงทุนในหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคในประเทศ หากมีสัญญาณฟื้นตัวกลับมาในครึ่งปีหลัง” นางสาวธิดาศิริกล่าว ด้วยกลยุทธ์การคัดเลือกหุ้นและการปรับสัดส่วนให้เหมาะสมกับสภาวะตลาดดังกล่าว ทำให้ทั้ง 2 กองทุนยังสามารถให้ผลตอบแทนที่น่าพอใจได้ โดยตั้งแต่ต้นปีถึงวันที่ 29 มิ.ย. 2558 ซึ่งเป็นช่วงที่ตลาดหุ้นไทยมีความผันผวน ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(SET) ให้ผลการดำเนินงานเพียง 0.9% ขณะที่กองทุน K- EQUITY และกองทุน K-STADE มีผลการดำเนินงานที่สามารถเอาชนะตลาด โดยให้ผลตอบแทนที่ 1.35% และ 3.41% ตามลำดับ ส่วนผลการดำเนินงานระยะยาวสามารถเอาชนะเกณฑ์มาตรฐานได้เช่นเดียวกัน โดยกองทุน K- EQUITY มีผลดำเนินงานย้อนหลัง 1 ปีและ 3 ปี อยู่ที่ 3.48% และ 31.41% ตามลำดับ ด้านกองทุน K-STADE มีผลดำเนินงานย้อนหลัง 1 ปีและ 3 ปี อยู่ที่ 6.84%และ 33.74% ตามลำดับ (ข้อมูล ณ วันที่ 29 มิ.ย. 58)

MFC ออกทาร์เก็ตฟันด์ลงทุนไทย-ยุโรปเป้าผลตอบแทน 5% ใน 5 เดือน,ขายวันนี้

MFC ออกทาร์เก็ตฟันด์ลงทุนไทย-ยุโรปเป้าผลตอบแทน 5% ใน 5 เดือน,ขายวันนี้ นางสาวประภา ปูรณโชติ กรรมการผู้จัดการ บลจ. เอ็มเอฟซี (MFC) เปิดเผยว่า เอ็มเอฟซีเสนอขายกองทุนเปิดเอ็มเอฟซี สมาร์ท อินเวสเมนท์ ซีรี่ส์ 5 อี 3 (SI5E3) ซึ่งลงทุนได้ทั้งตราสารทุนและตราสารหนี้ ของประเทศไทยและประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคยุโรป ขึ้นกับสภาวะตลาดของแต่ละประเทศ มีสัดส่วนลงทุนในต่างประเทศไม่เกิน 79% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยตั้งเป้าหมายเพื่อเลิกกองทุน ไม่น้อยกว่า 5% ภายใน 5 เดือน ซึ่งกองทุนมีการกระจายความเสี่ยงในหลายประเทศ และมีการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศตามสภาวการณ์ โดยกองทุนได้เริ่มเปิดขายหน่วยลงทุนตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 17 ก.ค.58 "กองทุนเปิด SI5E3 เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการโอกาสของผลตอบแทนที่ดีจากการลงทุนในตราสารทุนทั้งในและต่างประเทศและกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุน โดยสามารถรับความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ และการลงทุนในต่างประเทศ รวมทั้งมีความรู้ความเข้าใจถึงปัจจัยที่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการลงทุนในต่างประเทศ"นางสาวประภา กล่าว นางสาวประภา กล่าวอีกว่า จากข้อมูลของสายบริหารกองทุนของเอ็มเอฟซี พบว่ามีปัจจัยสนับสนุนการลงทุนในไทยและยุโรปคือ เศรษฐกิจในประเทศไทยสามารถฟื้นตัวได้ หลังจากการลงทุนภาครัฐที่เริ่มเห็นภาพชัดเจนมากขึ้น และถึงแม้ว่านักวิเคราะห์ยังคงมีการปรับลดประมาณการของบริษัทจดทะเบียนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทำให้ Valuation ของ SET Index ยังคงอยู่ในระดับสูง ทั้งนี้คาดการณ์ว่าการ Downgrade จะยุติลงหลังมีการประกาศผลประกอบการไตรมาสสอง นอกจากนี้มีกลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้ประโยชน์จากการลงทุนของภาครัฐ การประมูล 4G ท่องเที่ยว ขนส่ง และ Trading หุ้นกลุ่มวัฏจักรจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ด้านภาวะเศรษฐกิจโดยรวมยุโรปมีการฟื้นตัวขึ้น โดยเฉพาะในประเทศกลุ่ม Periphery ในช่วงไตรมาสสองปีนี้ เนื่องจากการกระตุ้นเศรษฐกิจเชิงปริมาณ (QE) ช่วยลดอัตราดอกเบี้ยภายในสหภาพยุโรป รวมถึงช่วยเพิ่มความมั่นใจของนักลงทุนและผู้บริโภคภายในยุโรป นอกจากนี้ การทำ QE ยังช่วยให้ค่าเงินยูโรอ่อนค่าอย่างมาก ช่วยส่งเสริมยอดขายของบริษัทส่งออกในยุโรป เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจอีกทางหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ปัญหาการชำระหนี้ของกรีซและเจ้าหนี้ได้แก่ IMF ECB และ Troika ยังคงเป็นปัจจัยกดดันตลาดในระยะสั้น หลังจากที่กรีซไม่สามารถบรรลุข้อตกลงการรัดเข็มขัดทางการคลัง เพื่อแลกกับเงินช่วยเหลือ ส่งผลให้ความเสี่ยง Grexit มีสูงขึ้น แต่ความเสี่ยงของการลุกลามไปประเทศอื่นๆ ในยุโรปมีน้อยลง หลังจากธนาคารต่างๆ ในยุโรปได้เตรียมพร้อมและลดการทำธุรกรรมกับธนาคารพาณิชย์กรีกแล้ว โดยตลาดหุ้นยุโรปเป็นตลาดที่น่าสนใจ หลังจากที่ Valuation มีการปรับลดลง และมีมูลค่าที่ถูกกว่าภูมิภาคอื่นๆ ภาวะเศรษฐกิจเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัว รวมถึงการกระตุ้นเศรษฐกิจเชิงปริมาณจะเป็นปัจจัยบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยง โดยเฉพาะตราสารทุนในยุโรป ทั้งนี้ กองทุนเปิด SI5E3 จะรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติให้ผู้ถือหน่วยลงทุน 5% ภายใน 5 เดือน เมื่อมูลค่าหน่วยลงทุนไม่ต่ำกว่า 10.60 บาทขึ้นไป เป็นเวลา 5 วันทำการติดต่อกันหรือเมื่อทรัพย์สินเป็นเงินสดทั้งหมด โดยบริษัทจะรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติเข้ากองทุนเปิด MM-GOVในอัตราไม่ต่ำกว่า 105% ของมูลค่าที่ตราไว้ (10 บาท) และบริษัทจะเลิกโครงการกองทุนดังกล่าว แต่หากเกิน 5 เดือน กองทุนจะเปิดให้ผู้ถือหน่วยลงทุนสามารถขายคืนหน่วยลงทุนได้ทุกวันทำการสุดท้ายของสัปดาห์ และกองทุนยังคงตั้งเป้าหมายเลิกโครงการ 5% ต่อไป อินโฟเควสท์ MFC ออกทาร์เก็ตฟันด์ลงทุนไทย-ยุโรป ตั้งเป้าผลตอบแทน 5% ภายใน 5 เดือน นางสาวประภา ปูรณโชติ กรรมการผู้จัดการ บลจ. เอ็มเอฟซี (MFC) เปิดเผยว่า เอ็มเอฟซีเสนอขายกองทุนเปิดเอ็มเอฟซี สมาร์ท อินเวสเมนท์ ซีรี่ส์ 5 อี 3 (SI5E3) ซึ่งลงทุนได้ทั้งตราสารทุนและตราสารหนี้ ของประเทศไทยและประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคยุโรป ขึ้นกับสภาวะตลาดของแต่ละประเทศ มีสัดส่วนลงทุนในต่างประเทศไม่เกิน 79% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยตั้งเป้าหมายเพื่อเลิกกองทุน ไม่น้อยกว่า 5% ภายใน 5 เดือน ซึ่งกองทุนมีการกระจายความเสี่ยงในหลายประเทศ และมีการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศตามสภาวการณ์ โดยกองทุนได้เริ่มเปิดขายหน่วยลงทุนตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 17 ก.ค.58 "กองทุนเปิด SI5E3 เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการโอกาสของผลตอบแทนที่ดีจากการลงทุนในตราสารทุนทั้งในและต่างประเทศและกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุน โดยสามารถรับความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ และการลงทุนในต่างประเทศ รวมทั้งมีความรู้ความเข้าใจถึงปัจจัยที่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการลงทุนในต่างประเทศ"นางสาวประภา กล่าว นางสาวประภา กล่าวอีกว่า จากข้อมูลของสายบริหารกองทุนของเอ็มเอฟซี พบว่ามีปัจจัยสนับสนุนการลงทุนในไทยและยุโรปคือ เศรษฐกิจในประเทศไทยสามารถฟื้นตัวได้ หลังจากการลงทุนภาครัฐที่เริ่มเห็นภาพชัดเจนมากขึ้น และถึงแม้ว่านักวิเคราะห์ยังคงมีการปรับลดประมาณการของบริษัทจดทะเบียนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทำให้ Valuation ของ SET Index ยังคงอยู่ในระดับสูง ทั้งนี้คาดการณ์ว่าการ Downgrade จะยุติลงหลังมีการประกาศผลประกอบการไตรมาสสอง นอกจากนี้มีกลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้ประโยชน์จากการลงทุนของภาครัฐ การประมูล 4G ท่องเที่ยว ขนส่ง และ Trading หุ้นกลุ่มวัฏจักรจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ด้านภาวะเศรษฐกิจโดยรวมยุโรปมีการฟื้นตัวขึ้น โดยเฉพาะในประเทศกลุ่ม Periphery ในช่วงไตรมาสสองปีนี้ เนื่องจากการกระตุ้นเศรษฐกิจเชิงปริมาณ (QE) ช่วยลดอัตราดอกเบี้ยภายในสหภาพยุโรป รวมถึงช่วยเพิ่มความมั่นใจของนักลงทุนและผู้บริโภคภายในยุโรป นอกจากนี้ การทำ QE ยังช่วยให้ค่าเงินยูโรอ่อนค่าอย่างมาก ช่วยส่งเสริมยอดขายของบริษัทส่งออกในยุโรป เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจอีกทางหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ปัญหาการชำระหนี้ของกรีซและเจ้าหนี้ได้แก่ IMF ECB และ Troika ยังคงเป็นปัจจัยกดดันตลาดในระยะสั้น หลังจากที่กรีซไม่สามารถบรรลุข้อตกลงการรัดเข็มขัดทางการคลัง เพื่อแลกกับเงินช่วยเหลือ ส่งผลให้ความเสี่ยง Grexit มีสูงขึ้น แต่ความเสี่ยงของการลุกลามไปประเทศอื่นๆ ในยุโรปมีน้อยลง หลังจากธนาคารต่างๆ ในยุโรปได้เตรียมพร้อมและลดการทำธุรกรรมกับธนาคารพาณิชย์กรีกแล้ว โดยตลาดหุ้นยุโรปเป็นตลาดที่น่าสนใจ หลังจากที่ Valuation มีการปรับลดลง และมีมูลค่าที่ถูกกว่าภูมิภาคอื่นๆ ภาวะเศรษฐกิจเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัว รวมถึงการกระตุ้นเศรษฐกิจเชิงปริมาณจะเป็นปัจจัยบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยง โดยเฉพาะตราสารทุนในยุโรป ทั้งนี้ กองทุนเปิด SI5E3 จะรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติให้ผู้ถือหน่วยลงทุน 5% ภายใน 5 เดือน เมื่อมูลค่าหน่วยลงทุนไม่ต่ำกว่า 10.60 บาทขึ้นไป เป็นเวลา 5 วันทำการติดต่อกันหรือเมื่อทรัพย์สินเป็นเงินสดทั้งหมด โดยบริษัทจะรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติเข้ากองทุนเปิด MM-GOVในอัตราไม่ต่ำกว่า 105% ของมูลค่าที่ตราไว้ (10 บาท) และบริษัทจะเลิกโครงการกองทุนดังกล่าว แต่หากเกิน 5 เดือน กองทุนจะเปิดให้ผู้ถือหน่วยลงทุนสามารถขายคืนหน่วยลงทุนได้ทุกวันทำการสุดท้ายของสัปดาห์ และกองทุนยังคงตั้งเป้าหมายเลิกโครงการ 5% ต่อไป สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย
ข่าว​เด่น​ทั้งหมด »


   
×

Message

Content unpublished

   

   

SME

   

BAACx60

   

CPALLxx

   
001517017
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
2417
9980
21590
1423780
67077
264883
1517017

Your IP: 54.158.54.179
Tue, 07 Jul 2015 00:14:38 +0000
   
© ALLROUNDER
บริษัท เพาเวอร์ ไทม์ มีเดีย จำกัด
: 387/9 ลาดพร้าว 87 แยก 9 วังทองหลาง กทม.10310
โทรศัพท์ : 081-431-6381 แฟกซ์ : 02-530-4424 
Emai : icorehoon@yahoo.com ,ipipat.n@gmail.com