FacebookTwitterGoogle BookmarksRSS Feed
   

PS17

พฤกษา เรียลเอสเตท เจ้าตลาดอสังหาฯ
เปิดวิลเลต ไลท์ ติวานนท์-แจ้งวัฒนะ1.98 ลบ. 
   

Intuch1

   

We have 840 guests and no members online

   

CPFxx

   

ALL-Hoon

   

test Slideshow CK  

   

GHBx60

   


ดัชนีเช้ารีบาวน์ตามตปท.จีนผ่อนคลายการเงิน-ทริกเกอร์ฟันด์หนุน

ภาวะตลาดหุ้นไทย : แนวโน้มดัชนีเช้ารีบาวน์ตามตปท.จีนผ่อนคลายการเงิน-ทริกเกอร์ฟันด์หนุน นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการสายงานวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้รีบาวน์ต่อเนื่อง ในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคเอเชียที่เช้านี้ส่วนใหญ่จะอยู่ในแดนบวก เนื่องจากธนาคารกลางจีนมีการผ่อนคลายมาตรการทางการเงินเพิ่มเติม อย่างการลดเงินดาวน์บ้านหลังที่ 2 และทางคลังของจีนได้ยกเว้นภาษีขายบ้าน ทำให้ตลาดสหรัฐฯและตลาดในยุโรปปรับตัวขึ้นกันทั่วหน้า รวมถึงประธานธนาคารกลางจีนก็ได้ส่งสัญญาณว่ามีโอกาสอีกที่จะผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติม ส่วนปัจจัยในประเทศก็มีความคาดหวังในเชิงบวกจากการยกเลิกกฎอัยการศึก ซึ่งหากยกเลิกได้ก็จะช่วยในด้านเศรษฐกิจ และผ่อนคลายจากต่างประเทศไปด้วย และยังคาดหวังเม็ดเงินจากทริกเกอร์ฟันด์ที่จะทยอยเข้าราว 7 พันล้านบาท จาก 5 กองทุน อย่างไรก็ดี วันนี้จะมีการขึ้นเครื่องหมาย XD ของหุ้น INTUCH และ SCC ทำให้อาจถ่วงตลาดฯได้เล็กน้อย กดดันดัชนีฯราว 1.7 จุด พร้อมให้แนวรับ 1,495 จุด ส่วนแนวต้าน 1,510-1,520 จุด ประเด็นของการพิจารณาการลงทุน - ตลาดหุ้นนิวยอร์กล่าสุด(30 มี.ค.58)ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 17,976.31 จุด พุ่งขึ้น 263.65 จุด(+1.49%),ดัชนี NASDAQ ปิดที่ 4,947.44 จุด เพิ่มขึ้น 56.22 จุด(+1.15%),ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,086.24 จุด เพิ่มขึ้น 25.22 จุด(+1.22%) - ตลาดหุ้นเอเชียเปิดเช้าวันนี้ ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดวันนี้ เพิ่มขึ้น 181.03 จุด, ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีนเปิดวันนี้ เพิ่มขึ้น 36.42 จุด, ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดวันนี้ เพิ่มขึ้น 258.08 จุด, ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวันเปิดวันนี้ เพิ่มขึ้น 46.51 จุด, ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้เปิดวันนี้ เพิ่มขึ้น 12.27 จุด, ดัชนี FTSE STI ตลาดหุ้นสิงคโปร์เปิดวันนี้ เพิ่มขึ้น 14.76 จุด และดัชนี FBMKLCI ตลาดหุ้นมาเลเซียเปิดวันนี้ เพิ่มขึ้น 7.05 จุด - ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด(30 มี.ค.58)1,496.51 จุด เพิ่มขึ้น 1.29 จุด(+0.09%) - นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 78.43 ล้านบาท เมื่อวันที่ 30 มี.ค.58 - ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนพ.ค.ในตลาดไนเม็กซ์ปิดทำการล่าสุด(30 มี.ค.58) ปิดที่ 48.68 ดอลลาร์/บาร์เรล ลดลง 19 เซนต์ - ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด(30 มี.ค.58)ที่ 8.42 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล - เงินบาทเปิด 32.57/58 แนวโน้มแกว่งแคบ รอตัวเลขจ้างงานฯสหรัฐ-รายงาน ECB - "ประยุทธ์" งัดมาตรา44 ตั้งกรรมการพิเศษ แก้ปัญหาไอซีเอโอ แบนเที่ยวบินไทย อัดฝ่ายการเมืองปล่อยปละละเลย กลายเป็นปัญหาสะสม อธิบดีกรมการบินพลเรือนยันแจ้งรัฐบาลหลายยุคเพิ่มกำลังคนแต่ไม่ได้รับการแก้ไข ด้าน "ประจิน" มั่นใจแก้ประเด็นสงสัยทุกเรื่องภายใน 2-8 เดือน ยอมรับกระทบหนัก ระงับชาร์เตอร์ไฟลท์และเพิ่มเที่ยวบินฤดูร้อนญี่ปุ่น-เกาหลีใต้-จีน กระทบ 300-400 เที่ยวบิน พลาดเป้าผู้โดยสาร 1.5 แสนคน ขณะที่ "นกสกู๊ต-การบินไทย-แอร์เอเชีย" ถก "ห้ามขยายเที่ยวบิน" - กสทช.คาดไม่เกินเดือนมี.ค.ปีหน้า ได้ใช้ 4 จี เคาะกรอบเวลา คลื่น 1800 เปิดประมูล 11 พ.ย. ส่วนคลื่น 900 เปิดประมูล 15 ธ.ค. คาดราคาใบอนุญาต 16,085-16,570 ล้านบาท เต็ม 100% ของมูลค่าคลื่น พร้อมส่งกลับให้ ไอทียูพิจารณาอีกรอบ คาดมิ.ย. ได้ราคาทางการ ระบุกรอบเวลาเปิดรับเอกสารการประมูลเริ่มต้นแต่เดือนส.ค.นี้ - รมว.คลังเตรียมหารือปลัดสำนักนายกฯ เพื่อเสนอเพิ่มเงินกองทุนหมู่บ้านอีก 40,000 ล้านบาท เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ด้าน สศค.พิจารณาใบอนุญาตนาโนไฟแนนซ์ 4 ราย ให้ "สมหมาย" อนุมัติ - "สศอ." เผยดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมเดือนก.พ.58 อยู่ที่ระดับ 171.91 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนเพิ่มขึ้น 3.6% หรือปรับเป็นบวกครั้งแรกในรอบ 23 เดือนจากการขยายตัวของอุตสาหกรรม ยานยนต์ น้ำมัน เบียร์ น้ำตาล ส่วนทั้งนี้คาดโต 3-4% แต่ต้องเกาะติดราคาน้ำมันและส่งออกที่จะเป็นปัจจัยฉุดได้ - กระทรวงอุตสาหกรรมลั่นปีนี้จะเร่งเครื่องนำกากอุตสาหกรรมอันตรายเข้าสู่ระบบการจัดการให้ได้ 1.2-1.5 ล้านตันจากปีที่แล้วเข้าระบบเพียง 1 ล้านตันและในปี 2562 ตามแผน 5 ปีจะต้อนเข้าให้ได้กว่า 90% ส่งสัญญาณรถขนกาก 3.4 พันคันติด GPS ด่วน 1 ต.ค.นี้ เข้มตามกฎหมายเหตุได้รับงบทำระบบรับสัญญาณแล้ว - นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ประธานกรรมการบริหาร สถาบันอนาคตไทยศึกษา และกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) กล่าวในงานสัมมนาไทยพับลิก้าหัวข้อ "ประเทศไทย...คนป่วยคนใหม่ของเอเชีย?" ว่า แม้ในระยะสั้นจะสะท้อนผ่านผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ที่เติบโตต่ำ ปีที่แล้ว 0.7% และปีนี้ประมาณ 3% เฉลี่ยปีละแค่ 2% แต่ประเทศไทยนั้นป่วยสะสมมานานแล้ว และป่วยหนักสุดในภูมิภาคเอเชียก็ว่าได้ *หุ้นเด่นวันนี้ - TPIPL(เมย์แบงก์ กิมเอ็ง)"ทยอยสะสม"เป้า 3.40 บาท คาดผลประกอบการ 1Q58 จะขยายตัวโดดเด่น และเป็น Positive Surprise ให้กับตลาด เนื่องจากจะเป็นไตรมาสแรกที่รับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้าขยะ 18 MW ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนเชิงโครงสร้างสำคัญของบริษัท และยังได้ประโยชน์โดยตรงจากการอ่อนค่าของค่าเงินยูโร เนื่องจากมีเงินกู้สกุลยูโรราว 160 ล้านยูโร (ราว 30% ของเงินกู้ระยะยาว) ดังนั้น การอ่อนค่าลงของค่าเงินยูโรจากสิ้นสุด 4Q57 ที่ 39.76 บาท/ยูโร เหลือ 35.24 บาท / ยูโร สิ้นสุดวานนี้ จะส่งผลให้บริษัทมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนสูงถึง 600-700 ล้านบาท ใน 1Q58 พร้อมคาดกำไรสุทธิปี 2558 เติบโตถึง +60.8% yoy เป็น 2,143 ล้านบาท และมี Valuation ค่อนข้างถูก - ICT(ทรีนีตี้)กสทช.ฟันธงประมูล 4จี พ.ย.-ธ.ค.นี้ จึงแนะนำ ADVANC "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 322 บาท และ DTAC "ซื้อเก็งกำไร" ราคาเป้าหมาย 99.50 บาท - CFRESH(บัวหลวง)"ซื้อ"คงมุมมองเชิงบวก โดยผู้บริหารมองว่ารายได้ในปีนี้มีแนวโน้มเติบโตขึ้นจากผลผลิตกุ้งที่มีแนวโน้มออกสูงตลาดมากขึ้น และยังได้ให้ข้อมูลเรื่อง โควต้ายกเว้นภาษีสินค้ากุ้งในกลุ่มประเทศยุโรป จำนวน 20,000 ตัน ซึ่งเป็นเรื่องใหม่ที่ตลาดยังไม่รู้ ทั้งนี้เรายังคงคาดอุตสาหกรรมกุ้งจะฟื้นตัวต่อเนื่อง และมีแนวโน้มได้เห็นต้นทุนที่ลดลงโดยอาจมี Positive Surprise หนุนกำไรจาก การ M&A และการได้โควต้ายกเว้นภาษีในยุโรป นอกจากนี้เงินปันผลปี 2015 มีแนวโน้มจะมากกว่าที่คาด จากคาดนำส่วนที่งดจ่ายในปีที่แล้วมาจ่ายรวมกัน ตลาดหุ้นเอเชียพุ่งขึ้นเช้านี้ ขานรับจีนส่งสัญญาณกระตุ้นเศรษฐกิจ ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงเช้าวันนี้ หลังจากที่ผู้ว่าการธนาคารกลางจีนส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบายเพิ่มเติม ดัชนี MSCI Asia Pacific ทะยาน 0.6% สู่ระดับ 147.35 จุด เมื่อเวลาประมาณ 9.00 น.ตามเวลาโตเกียว ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดวันนี้ที่ 19,592.43 จุด เพิ่มขึ้น 181.03 จุด, ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดวันนี้ที่ 25,113.20 จุด เพิ่มขึ้น 258.08 จุด, ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวันเปิดวันนี้ที่ 9,568.38 จุด เพิ่มขึ้น 46.51 จุด, ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้เปิดวันนี้ที่ 2,042.31 จุด เพิ่มขึ้น 12.27 จุด, ดัชนี FTSE STI ตลาดหุ้นสิงคโปร์เปิดวันนี้ที่ 3,469.02 จุด เพิ่มขึ้น 14.76 จุด และดัชนี FBMKLCI ตลาดหุ้นมาเลเซียเปิดวันนี้ที่ 1,828.88 จุด เพิ่มขึ้น 7.05 จุด นายโจว เสี่ยวฉวน ผู้ว่าการธนาคารกลางจีนกล่าวว่า อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจประเทศชะลอตัวลงมากเกินไป ดังนั้น ผู้บริหารระดับนโยบายจึงพร้อมที่จะรับมือ ท่ามกลางการคาดการณ์ที่ว่า จีนอาจจะผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติม ผู้ว่าการธนาคารกลางจีนกล่าวแสดงความเห็นในการประชุม Boao Forum for Asia เมื่อวานนี้ว่า เงินเฟ้อของจีนอ่อนตัวลง เราจำเป็นต้องระมัดระวัง หากแนวโน้มเงินเฟ้อที่อ่อนตัวลงยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งดูว่า ภาวะเงินฝืดจะเกิดขึ้นหรือไม่ จีนยังมีโอกาสที่จะลงมือดำเนินการทั้งในเรื่องของอัตราดอกเบี้ยและมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ ภาวะตลาดหุ้นลอนดอน: ฟุตซี่ปิดบวก 36.41 จุด รับข้อมูลที่อยู่อาศัยแข็งแกร่ง ตลาดหุ้นลอนดอนปิดปรับตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ (30 มี.ค.) โดยได้รับแรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในจีนและข้อมูลที่อยู่อาศัยที่แข็งแกร่งของอังกฤษ ดัชนี FTSE 100 เพิ่มขึ้น 36.41 จุด หรือ 0.53% ปิดที่ 6,891.43 จุด ตลาดปิดในแดนบวกขานรับปัจจัยบวกภายในประเทศและจากจีน โดยข้อมูลของธนาคารกลางอังกฤษระบุว่า การอนุมัติสินเชื่อเพื่อซื้อบ้านใหม่ในอังกฤษเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 6 เดือนในเดือนก.พ. ซึ่งบ่งชี้ว่าตลาดที่อยู่อาศัยของอังกฤษมีแนวโน้มจะทะยานขึ้นอย่างแข็งแกร่งอีกครั้งหลังจากที่ชะลอตัวในช่วงเดือนท้ายๆของปี 2557 นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงหนุน หลังจากประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน กล่าวกับผู้ประกอบการทั้งภายในและต่างประเทศราว 40 คน นอกรอบการประชุม "Boao Forum for Asia" ว่า โครงการแนวเขตเศรษฐกิจเส้นทางสายไหม (Silk Road Economic Belt) และโครงการเส้นทางสายไหมทางทะเลโครงการที่ 21 (21st Maritime Silk Road) ซึ่งจีนเป็นผู้นำเสนอนั้น จะช่วยผลักดันการค้าและการลงทุนระหว่างจีนและประเทศที่ตั้งอยู่ตลอดเขตแนวโครงการสายไหม รวมทั้งช่วยผลักดันการพัฒนาร่วมกัน ปธน.จีนคาดว่าคาดหวังว่ามูลค่าการค้าต่อปีระหว่างจีนและประเทศอื่นๆนั้น จะสูงกว่า 2.5 ล้านล้านดอลลาร์ภายในระยะเวลา 10 ปี หุ้นอันโตฟากัสตา พุ่ง 3.43% นำขบวนหุ้นกลุ่มบลูชิพ ภาวะตลาดหุ้นยุโรป : หุ้นยุโรปปิดบวก ขานรับจีนส่งสัญญาณกระตุ้นเศรษฐกิจ ตลาดหุ้นยุโรปปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ (30 มี.ค.) โดยดัชนี Stoxx Europe 600 ปรับตัวขึ้นแข็งแกร่งที่สุดในรอบเกือบ 3 สัปดาห์ เพราะได้รับแรงหนุนจากธนาคารกลางจีนที่ส่งสัญญาณใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่ส่งสัญญาณว่ายังไม่รีบปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ดัชนี Stoxx Europe 600 พุ่งขึ้น 1.1% ปิดที่ 399.84 จุด ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 5,083.52 จุด เพิ่มขึ้น 49.46 จุด หรือ +0.98% ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันปิดที่ 12,086.01 จุด เพิ่มขึ้น 217.68 จุด หรือ +1.83% ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,891.43 จุด เพิ่มขึ้น 36.41 จุด หรือ +0.53% ตลาดหุ้นยุโรปปิดพุ่งขึ้นขานรับการแสดงความเห็นของนายโจว เสี่ยวฉวน ผู้ว่าการธนาคารกลางจีนที่ระบุว่า อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจประเทศชะลอตัวลงมากเกินไป ดังนั้น ผู้บริหารระดับนโยบายจึงพร้อมที่จะรับมือ ท่ามกลางการคาดการณ์ที่ว่า จีนอาจจะผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติม ผู้ว่าการธนาคารกลางจีนกล่าวแสดงความเห็นในการประชุม Boao Forum for Asia ว่า เงินเฟ้อของจีนอ่อนตัวลง จีนจึงจำเป็นต้องระมัดระวัง หากแนวโน้มเงินเฟ้อที่อ่อนตัวลงยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งดูว่า ภาวะเงินฝืดจะเกิดขึ้นหรือไม่ โดยจีนยังมีโอกาสที่จะดำเนินการทั้งในเรื่องของอัตราดอกเบี้ยและมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ นอกจากนี้ ตลาดหุ้นยุโรปยังได้รับแรงหนุนหลังจากนางเจเน็ท เยลเลน ประธานเฟดระบุว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ จะเป็นการปรับขึ้นทีละน้อย เนื่องจากปัจจัยต่างๆที่ฉุดรั้งการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐมีแนวโน้มที่จะค่อยๆลดน้อยลง หุ้นกลุ่มธนาคารปรับตัวขึ้น โดยหุ้นบังโค เด ซาดาเบล และหุ้นเรฟฟายเซน แบงก์ อินเตอร์เนชันแนล ต่างก็ทะยานขึ้นกว่า 6.9% ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 263.65 จุด รับข้อมูลศก.สหรัฐสดใส ดัชนี ดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ (30 มี.ค.) เนื่องจากนักลงทุนขานรับข้อมูลเศรษฐกิจที่สดใสของสหรัฐ รวมถึงดัชนีการทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย (pending home sales) เดือนก.พ.ที่พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 1 ปี และตลาดหุ้นทั่วโลกที่ทะยานขึ้นอย่างแข็งแกร่ง ดัชนี เฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 17,976.31 จุด พุ่งขึ้น 263.65 จุด หรือ +1.49% ดัชนี NASDAQ ปิดที่ 4,947.44 จุด เพิ่มขึ้น 56.22 จุด หรือ +1.15% ดัชนี S&P500 ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดที่ 2,086.24 จุด เพิ่มขึ้น 25.22 จุด หรือ +1.22% ตลาดหุ้นนิวยอร์กพุ่งขึ้นขานรับข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐ โดยสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐ (NAR) เปิดเผยว่า ดัชนีการทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย พุ่งขึ้น 3.1% แตะระดับ 106.9 ในเดือนก.พ. เมื่อเทียบรายเดือน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย.2013 นับเป็นสัญญาณซึ่งแสดงถึงการฟื้นตัวของตลาดที่อยู่อาศัยสหรัฐ ด้านกระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานว่า การใช้จ่ายของผู้บริโภคเพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือนก.พ. ขณะที่รายได้ส่วนบุคคลเพิ่มขึ้น 0.4% ในเดือนก.พ. นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของตลาดหุ้นทั่วโลก โดยตลาดหุ้นยุโรปปิดทะยานขึ้นแข็งแกร่ง ขณะที่ตลาดหุ้นจีนพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 7 ปี หลังจากจีนเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับโครงการเขตเศรษฐกิจถนนสายไหม ตลาดหุ้นนิวยอร์กขานรับถ้อยแถลงของนางเยเน็ท เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่ระบุว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ จะเป็นการปรับขึ้นทีละน้อย เนื่องจากปัจจัยต่างๆที่ฉุดรั้งการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐมีแนวโน้มที่จะค่อยๆลดน้อยลง ไม่ว่าจะเป็นอัตราการมีส่วนร่วมในกำลังแรงงานที่ยังคงอยู่ในระดับต่ำ การขยายตัวของค่าแรงที่ยังซบเซา การแข็งค่าของดอลลาร์ซึ่งอาจจะกระทบต่อการส่งออก และการฟื้นตัวของการก่อสร้างที่อยู่อาศัยซึ่งยังคงซบเซา หุ้นกลุ่มพลังงานและกลุ่มการเงินทะยานขึ้น โดยหุ้นนิวฟิลด์ เอ็กซ์พลอเรชัน หุ้นเอ็กซอน โมบิล และหุ้นเชฟรอน ต่างก็ปรับตัวขึ้นอย่างน้อย 2.4% ส่วนหุ้นเจพีมอร์แกน และหุ้นทราเวลเลอร์ส ปรับตัวขึ้นอย่างน้อย 2.3% หุ้นดรีมเวิร์ก แอนนิเมชัน พุ่งขึ้น 6.6% หลังจากมีรายงานว่ายอดขายตั๋วชมภาพยนตร์เรื่อง Home อยู่ที่ 54 ล้านดอลลาร์ในช่วงเปิดตัวเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ นักลงทุนจับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในวันนี้ รวมถึงราคาบ้านเดือนม.ค.จากสแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์/เคส ชิลเลอร์, ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) เขตชิคาโกเดือนมี.ค. และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนมี.ค.จาก Conference Board อินโฟเควสท์

หุ้นถูกชอร์ตเซล ประจำวันที่ 30 มี.ค. 2558

รายงานหุ้นถูกชอร์ตเซล ประจำวันที่ 30 มี.ค. 2558 สรุปข้อมูลการขายชอร์ตของหุ้นไทย ณ วันที่ 30 มีนาคม 2558 มีรายละเอียดดังนี้หลักทรัพย์ ปริมาณหุ้นที่ มูลค่าการ %ปริมาณการขายชอร์ตขายซอร์ต ขายชอร์ต เทียบกับปริมาณการซื้อขาย(หุ้น) (บาท) แบบ Auto MatchingVGI 2,336,300 12,859,650.00 46.27% KTIS 437,900 4,139,940.00 45.41% GLOW 582,000 49,757,750.00 42.21% PSL 180,500 2,581,150.00 35.58% THCOM 586,000 19,278,700.00 32.42% BEC 706,300 28,361,750.00 28.93% BJC 79,700 2,831,875.00 15.48% BIGC 40,200 9,207,700.00 14.92% KBANK 547,800 125,296,200.00 10.75% STA 68,800 822,820.00 9.47% PTTEP 781,900 84,812,500.00 9.38% RATCH 69,100 4,249,650.00 9.18% BDMS 1,364,100 27,521,050.00 8.31% TICON 57,200 854,960.00 7.78% SCC 97,200 50,321,600.00 7.29% PTT 204,600 66,313,600.00 7.25% M 33,400 1,937,200.00 7.06% DTAC 113,900 9,384,925.00 6.53% BH 30,800 4,542,750.00 5.91% DELTA 62,300 4,727,075.00 5.74% IRPC 7,098,200 30,372,340.00 5.65% QH 979,500 3,571,000.00 5.57% GLOBAL 21,400 199,020.00 5.47% TTW 144,800 1,636,240.00 5.28% SCB 232,000 41,023,600.00 5.06% PTTGC 187,600 9,912,825.00 4.81% MINT 317,200 10,857,325.00 4.63% EGCO 24,700 3,678,550.00 4.19% MAKRO 4,900 171,500.00 4.06% HMPRO 475,900 3,799,720.00 3.91% ADVANC 258,600 61,828,600.00 3.71% LPN 103,900 1,765,420.00 3.64% ROBINS 55,600 2,553,500.00 3.61% AOT 363,000 103,135,200.00 3.43% IVL 165,100 4,139,555.00 3.27% LH 512,000 5,025,100.00 3.10% TRUE 3,159,900 39,222,760.00 3.08% PS 125,000 3,440,000.00 2.91% TUF 175,200 3,500,410.00 2.85% CPN 188,200 8,164,000.00 2.63% BBL 75,800 13,729,800.00 2.44% INTUCH 246,600 19,483,050.00 2.35% BTS 606,800 5,521,880.00 2.20% AP 130,000 903,500.00 2.07% KCE 20,100 1,026,725.00 2.03% NOK 200,000 2,180,000.00 1.74% TCAP 35,500 1,233,625.00 1.66% SCCC 17,300 6,480,700.00 1.60% CPALL 431,000 17,223,700.00 1.34% TOP 75,200 3,899,400.00 1.30% TMB 928,800 2,767,824.00 1.27% CPF 339,900 7,392,280.00 1.25% GUNKUL 10,600 347,150.00 1.24% BCP 67,600 2,170,200.00 1.14% BANPU 94,400 2,761,200.00 1.12% CENTEL 42,300 1,395,900.00 0.95% LHBANK 50,000 89,000.00 0.79% CK 93,900 2,304,200.00 0.72% KTB 213,300 4,898,790.00 0.61% ANAN 27,000 100,440.00 0.58% EARTH 32,700 147,150.00 0.56% SPCG 5,000 131,875.00 0.55% SPALI 37,000 795,600.00 0.51% SGP 3,400 39,440.00 0.35% AAV 340,000 1,702,100.00 0.32% KTC 2,600 229,650.00 0.19% JAS 224,600 1,280,220.00 0.12% STPI 1,000 15,900.00 0.03% ITD 10,000 70,000.00 0.01%อินโฟเควสท์

การซื้อขายหุ้นผ่าน NVDR ประจำวันที่ 30 มี.ค. 2558

รายงานการซื้อขายหุ้นผ่าน NVDR ประจำวันที่ 30 มี.ค. 2558 สรุปภาพรวมการซื้อขายหุ้นผ่าน NVDR ประจำวันที่ 30 มีนาคม 2558 พบว่ามีมูลค่าการซื้อสุทธิรวมทั้งหมด (SET+MAI)จำนวน 401.27 ล้านบาท โดยหุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 100 อันดับแรก ได้แก่ชื่อหุ้น มูลค่าซื้อ (บาท) มูลค่าขาย (บาท) มูลค่าการซื้อขายรวม มูลค่าการซื้อขายสุทธิ สัดส่วนซื้อขาย NVDRต่อการซื้อขายหุ้นอ้างอิงKBANK 519,984,421.00 315,918,200.00 835,902,621.00 204,066,221.00 35.87 PTTEP 46,607,400.00 481,862,327.00 528,469,727.00 -435,254,927.00 29.18 ADVANC 180,590,800.00 282,744,700.00 463,335,500.00 -102,153,900.00 11.79 BBL 313,023,400.00 148,304,488.50 461,327,888.50 164,718,911.50 40.27 KTB 158,954,500.00 244,707,485.20 403,661,985.20 -85,752,985.20 25.13 SCC 128,765,200.00 260,520,600.00 389,285,800.00 -131,755,400.00 28.18 CPALL 182,954,361.50 151,437,150.00 334,391,511.50 31,517,211.50 13.14 AOT 167,074,915.00 137,764,900.00 304,839,815.00 29,310,015.00 5.08 SCB 152,261,397.50 115,747,600.00 268,008,997.50 36,513,797.50 16.52 PTT 132,848,600.00 112,628,600.00 245,477,200.00 20,220,000.00 13.42 INTUCH 91,987,779.00 45,377,850.00 137,365,629.00 46,609,929.00 8.30 TOP 77,056,275.00 53,701,407.00 130,757,682.00 23,354,868.00 21.73 LH 116,271,601.60 11,017,965.00 127,289,566.60 105,253,636.60 39.31 BANPU 88,662,925.00 31,219,000.00 119,881,925.00 57,443,925.00 24.24 JAS 46,667,910.00 59,514,170.00 106,182,080.00 -12,846,260.00 4.90 ITD 55,028,030.00 43,056,310.00 98,084,340.00 11,971,720.00 9.45 DTAC 52,956,625.00 44,663,475.00 97,620,100.00 8,293,150.00 33.89 TRUE 55,693,660.00 32,300,820.00 87,994,480.00 23,392,840.00 3.42 CPF 53,837,780.00 31,206,380.00 85,044,160.00 22,631,400.00 7.19 TMB 18,987,432.00 65,951,586.00 84,939,018.00 -46,964,154.00 19.51 GLOW 72,776,600.00 8,718,675.00 81,495,275.00 64,057,925.00 34.56 SPALI 64,643,310.00 14,567,900.00 79,211,210.00 50,075,410.00 25.56 AAV 23,230,531.00 55,647,880.00 78,878,411.00 -32,417,349.00 7.17 IRPC 55,261,248.00 22,172,416.24 77,433,664.24 33,088,831.76 7.18 MINT 59,709,222.50 14,181,775.00 73,890,997.50 45,527,447.50 15.72 CPN 48,859,125.00 17,702,325.00 66,561,450.00 31,156,800.00 10.59 TUF 41,242,746.90 24,550,090.00 65,792,836.90 16,692,656.90 26.70 TPIPL 16,275,416.00 48,045,528.00 64,320,944.00 -31,770,112.00 5.91 BAY 19,932,450.00 42,978,300.00 62,910,750.00 -23,045,850.00 9.74 BDMS 38,768,752.40 17,163,690.00 55,932,442.40 21,605,062.40 8.47 EGCO 43,256,700.00 11,541,300.00 54,798,000.00 31,715,400.00 31.04 CENTEL 45,028,625.00 8,868,875.00 53,897,500.00 36,159,750.00 18.31 BCP 19,811,188.00 31,431,750.00 51,242,938.00 -11,620,562.00 13.43 BECL 18,091,940.76 32,877,940.76 50,969,881.52 -14,786,000.00 24.66 KTC 25,518,900.00 18,519,400.00 44,038,300.00 6,999,500.00 17.79 PTTGC 18,279,925.00 25,334,559.00 43,614,484.00 -7,054,634.00 10.59 SCCC 40,757,200.00 2,384,900.00 43,142,100.00 38,372,300.00 5.31 AMATA 21,332,160.00 19,973,840.00 41,306,000.00 1,358,320.00 34.06 HMPRO 27,234,270.00 11,703,910.00 38,938,180.00 15,530,360.00 19.21 IVL 26,892,070.00 11,281,645.00 38,173,715.00 15,610,425.00 15.15 BH 22,462,850.00 10,355,950.00 32,818,800.00 12,106,900.00 21.23 BTS 19,999,850.00 10,721,356.00 30,721,206.00 9,278,494.00 6.13 SAWAD 5,398,750.00 23,234,250.00 28,633,000.00 -17,835,500.00 7.87 BEC 7,122,325.00 20,672,500.00 27,794,825.00 -13,550,175.00 14.18 TASCO 24,988,750.00 1,118,350.00 26,107,100.00 23,870,400.00 23.24 DELTA 13,654,525.00 12,404,225.00 26,058,750.00 1,250,300.00 15.74 HEMRAJ 10,724,972.00 14,233,856.00 24,958,828.00 -3,508,884.00 17.00 RATCH 16,871,150.00 5,923,200.00 22,794,350.00 10,947,950.00 24.50 BIGC 13,058,400.00 8,731,400.00 21,789,800.00 4,327,000.00 17.58 ROBINS 6,024,225.00 15,050,625.00 21,074,850.00 -9,026,400.00 14.84 PS 15,499,426.75 4,291,125.00 19,790,551.75 11,208,301.75 8.33 BA 71,490.00 19,260,940.00 19,332,430.00 -19,189,450.00 7.03 SAMART 11,115,650.00 7,058,950.00 18,174,600.00 4,056,700.00 6.49 SIRI 14,940,157.00 420,258.00 15,360,415.00 14,519,899.00 14.93 MAJOR 4,056,175.00 10,999,075.00 15,055,250.00 -6,942,900.00 28.31 TRC 15,044,240.00 - 15,044,240.00 15,044,240.00 17.72 HANA 6,996,375.00 6,838,978.00 13,835,353.00 157,397.00 8.94 BLAND 11,517,785.00 2,180,424.00 13,698,209.00 9,337,361.00 9.93 TCAP 6,720,075.00 6,718,875.00 13,438,950.00 1,200.00 9.06 KGI 12,827,582.00 36,272.00 12,863,854.00 12,791,310.00 8.65 GL 12,110,020.00 717,180.00 12,827,200.00 11,392,840.00 11.95 AP 12,023,760.00 24,850.00 12,048,610.00 11,998,910.00 13.91 M 7,931,000.00 4,025,025.00 11,956,025.00 3,905,975.00 21.88 EA 3,075,125.00 8,196,740.00 11,271,865.00 -5,121,615.00 7.24 KKP 5,393,175.00 5,390,575.00 10,783,750.00 2,600.00 20.23 TISCO 4,705,875.00 5,875,625.00 10,581,500.00 -1,169,750.00 16.86 TTCL 8,994,300.00 1,456,025.00 10,450,325.00 7,538,275.00 12.67 EPG 9,880,670.00 179,760.00 10,060,430.00 9,700,910.00 6.98 QH 9,185,220.00 9,100.00 9,194,320.00 9,176,120.00 7.13 CK 5,189,190.00 3,318,920.00 8,508,110.00 1,870,270.00 1.34 PACE 8,109,932.00 348,000.00 8,457,932.00 7,761,932.00 33.10 SPCG 5,170,800.00 2,551,150.00 7,721,950.00 2,619,650.00 15.86 PLAT 3,364,170.00 3,948,500.00 7,312,670.00 -584,330.00 0.51 NWR 1,389,530.00 5,742,593.00 7,132,123.00 -4,353,063.00 17.25 TTA 1,888,610.00 5,166,320.20 7,054,930.20 -3,277,710.20 8.59 NPARK 2,424,164.00 4,500,000.00 6,924,164.00 -2,075,836.00 13.84 MCS 6,345,715.00 428,090.00 6,773,805.00 5,917,625.00 5.89 TTW 3,749,990.00 2,919,120.00 6,669,110.00 830,870.00 10.70 WHA 1,804,975.00 4,713,100.00 6,518,075.00 -2,908,125.00 12.53 STEC 4,827,770.00 1,463,390.00 6,291,160.00 3,364,380.00 2.88 BEAUTY 6,230,700.00 - 6,230,700.00 6,230,700.00 22.80 LPN 2,717,050.00 3,473,090.00 6,190,140.00 -756,040.00 6.41 SOLAR 4,029,040.00 1,658,080.00 5,687,120.00 2,370,960.00 2.34 MEGA 135,510.00 5,381,840.00 5,517,350.00 -5,246,330.00 15.84 TWFP 4,934,550.00 545,625.00 5,480,175.00 4,388,925.00 41.69 STPI 2,042,350.00 3,205,780.00 5,248,130.00 -1,163,430.00 5.45 KCE 573,925.00 4,636,350.00 5,210,275.00 -4,062,425.00 5.09 THCOM 3,930,625.00 1,263,625.00 5,194,250.00 2,667,000.00 4.37 NMG - 5,184,036.00 5,184,036.00 -5,184,036.00 5.97 BJC 3,598,775.00 1,557,025.00 5,155,800.00 2,041,750.00 14.04 CCET 4,777,492.00 8,738.24 4,786,230.24 4,768,753.76 14.52 RS 3,536,490.00 1,237,140.00 4,773,630.00 2,299,350.00 8.12 FPI 4,405,800.00 286,125.00 4,691,925.00 4,119,675.00 1.36 GFPT 2,881,480.00 1,658,660.00 4,540,140.00 1,222,820.00 16.94 CHG 3,240,040.00 1,146,050.00 4,386,090.00 2,093,990.00 36.69 THAI 1,518,390.00 2,848,730.00 4,367,120.00 -1,330,340.00 11.61 PLANB 4,032,800.00 142,440.00 4,175,240.00 3,890,360.00 7.15 AUCT 492,340.00 3,333,890.00 3,826,230.00 -2,841,550.00 1.48 ESSO 3,582,685.00 148,450.00 3,731,135.00 3,434,235.00 31.75 AKR 152,074.00 3,478,664.00 3,630,738.00 -3,326,590.00 5.16 อินโฟเควสท์

สรุปผลการประชุมคณะรัฐมนตรี 27 มีนาคม 2558

สรุปผลการประชุมคณะรัฐมนตรี 27 มีนาคม 2558 สรุปผลการประชุมคณะรัฐมนตรี ชุด พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา (นายกรัฐมนตรี) วันที่ 27 มีนาคม 2558 ณ ห้องคอนเวนชั่นฮอลส์ ชั้น 2 สถานพักฟื้นและพักผ่อนกองทัพบก สวนสนประดิพัทธ์แห่งที่ 2 อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 1/2558 ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม ร้อยเอก ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย พลตรี สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี สรุปสาระสำคัญดังนี้ กฎหมาย 1. เรื่อง ร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืน ในท้องที่ตำบลทางเกวียน และตำบลบ้านนา อำเภอแกลง จังหวัดระยอง พ.ศ. .... 2. เรื่อง ร่างพระราชกฤษฎีกาถอนสภาพที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน ในท้องที่ตำบลบ้านพร้าว อำเภอเมืองหนองบัวลำภู จังหวัดหนองบัวลำภู พ.ศ. .... 3. เรื่อง ร่างกฎกระทรวงกำหนดท่าหรือที่ สนามบินศุลกากร ทางอนุมัติ ด่านพรมแดนและด่านศุลกากร (ฉบับ ..) พ.ศ. .... 4. เรื่อง ร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยคณะกรรมการเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... 5. เรื่อง ร่างประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง กำหนดให้การเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ ในท้องที่ ตำบลบ้านฉาง ตำบลบางปรอก ตำบลบางหลวง ตำบลบางเดื่อ ตำบลบางคูวัด อำเภอเมืองปทุมธานี ตำบลคูบางหลวง ตำบลคลองพระอุดม อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี และตำบลคลองข่อย ตำบลบางพลับ อำเภอปากเกร็ด ตำบลละหาร ตำบลพิมลราช ตำบลบางบัวทอง อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี เป็นกรณีที่มีความจำเป็นโดยเร่งด่วน เศรษฐกิจ – สังคม 6. เรื่อง การจ่ายเงินตอบแทนพิเศษสำหรับพนักงานที่ได้รับเงินเดือนถึงขั้นสูงสุดของระดับตำแหน่งของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย 7. เรื่อง ขอความเห็นชอบให้จ่ายเงินเพิ่มพิเศษให้กับตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์ฝึกการบินของสถาบันการบินพลเรือน 8. เรื่อง การขอปรับปรุงสวัสดิการการรักษาพยาบาลในส่วนของค่ารักษาพยาบาลประเภทผู้ป่วยนอกของสถานพยาบาลเอกชน (ของการไฟฟ้านครหลวง) 9. เรื่อง แผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของไทย พ.ศ. 2558-2565 และแผนปฏิบัติการด้านคมนาคมขนส่งระยะเร่งด่วน พ.ศ. 2558 (Action Plan) 10. เรื่อง วิถีปฏิบัติในการเล่นน้ำในประเพณีสงกรานต์ตามวิถีไทย 11. เรื่อง ผลการสำรวจแรงงานนอกระบบ พ.ศ. 2557 12. เรื่อง การเปิดจุดผ่อนปรนการค้าพิเศษด่านสิงขร ต่างประเทศ 13. เรื่อง ขอความเห็นชอบร่างแผนยุทธศาสตร์ด้านโทรคมนาคมและสารสนเทศของเอเปค ปี 2559 ถึง 2563 14. เรื่อง ขออนุมัติการจัดทำและลงนามความตกลงการจัดตั้งสำนักเลขาธิการระดับภูมิภาคสำหรับการดำเนินการ ตามข้อตกลงร่วมว่าด้วยการยอมรับคุณสมบัติวิชาชีพด้านการท่องเที่ยวอาเซียน แต่งตั้ง 15. เรื่อง การแต่งตั้งกงสุลใหญ่สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามประจำจังหวัดขอนแก่น 16. เรื่อง องค์ประกอบคณะผู้แทนไทยในการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญา สมัยที่ 13 17. เรื่อง คำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 84/2558 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายและพัฒนาการศึกษา และคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 90/2558 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายและพัฒนาการศึกษา (เพิ่มเติม) ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีชุด พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา (นายกรัฐมนตรี) วันที่ 27 มีนาคม 2558

มติคณะรัฐมนตรี แต่งตั้ง 30 มีนาคม 2558

มติคณะรัฐมนตรี แต่งตั้ง 30 มีนาคม 2558 1. เรื่อง การแต่งตั้งกงสุลใหญ่สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามประจำจังหวัดขอนแก่น คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่ได้รับแจ้งจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ว่า รัฐบาลสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามมีความประสงค์ขอแต่งตั้ง นายงเหวียน หง่อก เซิน (Mr. Nguyen Ngoc Son) ให้ดำรงตำแหน่งกงสุลใหญ่สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามประจำจังหวัดขอนแก่น โดยมีเขตกงสุลครอบคลุม 20 จังหวัดทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ จังหวัดขอนแก่น อุดรธานี หนองคาย นครพนม สกลนคร มุกดาหาร มหาสารคาม อุบลราชธานี นครราชสีมา หนองบัวลำภู กาฬสินธุ์ เลย ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ บุรีรัมย์ ชัยภูมิ ศรีสะเกษ สุรินทร์ และบึงกาฬ สืบแทน นายงเหวียน ฮืว ดิญ (Mr. Nguyen Huu Dinh) ซึ่งสิ้นสุดวาระการประจำการในประเทศไทย ตามที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอ 2. เรื่อง องค์ประกอบคณะผู้แทนไทยในการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญา สมัยที่ 13 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) เสนอ องค์ประกอบคณะผู้แทนไทยในการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญา สมัยที่ 13 (Thirteenth United Nations Congress on Crime Prevention and Criminal Justice) ระหว่างวันที่ 12-19 เมษายน 2558 ณ กรุงโดฮา รัฐกาตาร์ โดยมีพลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทยและพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงเป็นองค์ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ พร้อมด้วยผู้แทนจาก ยธ. กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) สำนักงานอัยการสูงสุด (อส.) สำนักงานศาลยุติธรรม (ศย.) สำนักงาน ป.ป.ช. กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย และวังสุโขทัย รวม 83 ราย 3. เรื่อง คำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 84/2558 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายและพัฒนาการศึกษา และคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 90/2558 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายและพัฒนาการศึกษา (เพิ่มเติม) คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 84/2558 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายและพัฒนาการศึกษา ดังนี้ ตามที่ รัฐบาลมีนโยบายพัฒนาด้านการศึกษา ทั้งการยกระดับคุณภาพการศึกษาและการเรียนรู้ เพื่อสร้างสังคมให้เข้มแข็งอย่างมีคุณภาพ จึงจำเป็นต้องมีการแต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายและพัฒนาการศึกษา เพื่อกำกับ ดูแล ติดตามการดำเนินงานตามนโยบาย ตลอดจนให้ข้อเสนอแนะแนวทางในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และนโยบายของรัฐบาลให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีความเป็นเอกภาพ นั้น อาศัยอำนาจตามมาตรา 11(6) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 จึงแต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายและพัฒนาการศึกษา โดยมีองค์ประกอบและอำนาจหน้าที่ ดังนี้ องค์ประกอบ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ รองนายกรัฐมนตรี (นายยงยุทธ ยุทธวงศ์) เป็นรองประธานกรรมการ กรรมการประกอบด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ นายกฤษณพงศ์ กีรติกร นายธีรเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ นายกำจร ตติยกวี นายทวีศักดิ์ กออนันตกูล โดยมีเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นกรรมการและเลขานุการ อำนาจหน้าที่ 1. เสนอแนะนโยบาย แนวทางการขับเคลื่อนการพัฒนาการศึกษา การยกระดับคุณภาพการศึกษาและการเรียนรู้ตามนโยบายรัฐบาล และแนวทางการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ รวมทั้งให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับมาตรการและแนวทางการตัดสินใจในเชิงรุก เพื่อให้การขับเคลื่อนงานตามนโยบายรัฐบาล และแผนพัฒนาฯ บังเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม 2. กำกับดูแล ติดตาม และบูรณาการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินนโยบายและการดำเนินงานพัฒนาการศึกษา เพื่อให้การขับเคลื่อนการพัฒนายกระดับคุณภาพการศึกษาและการเรียนรู้ มีความสอดคล้องกันอย่างเป็นระบบ เป็นเอกภาพ เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผล 3. เชิญรัฐมนตรี ผู้แทนหน่วยงาน และคณะกรรมการอื่นที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงให้ข้อมูล และแสดงความคิดเห็นตามความจำเป็นหรือตามที่คณะกรรมการเห็นสมควร 4. แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ หรือคณะทำงาน เพื่อช่วยปฏิบัติงานของคณะกรรมการได้ตามความจำเป็น 5. ปฏิบัติงานอื่นใดตามที่นายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย ให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ อำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ สำหรับการเบิกจ่ายเบี้ยประชุมให้เป็นไปตามพระราชกฤษฎีกาเบี้ยประชุมกรรมการ พ.ศ. 2547 และในส่วนของค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการอื่น ๆ ที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงาน ให้เบิกจ่ายตามระเบียบทางราชการ โดยให้เบิกจ่ายจากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 17 มีนาคม 2558 เป็นต้นไป คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 90/2558 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายและพัฒนาการศึกษา (เพิ่มเติม) ดังนี้ ตามที่ได้มีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 84/2558 ลงวันที่ 17 มีนาคม 2558 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายและพัฒนาการศึกษา เพื่อทำหน้าที่ในการเสนอแนะนโยบาย แนวทางการขับเคลื่อนการพัฒนาการศึกษา และการยกระดับคุณภาพการศึกษา รวมทั้งกำกับดูแล ติดตาม และบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นั้น เพื่อให้การดำเนินของคณะกรรมการนโยบายและพัฒนาการศึกษาเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11(6) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 จึงมีคำสั่งแต่งตั้ง พลเอก สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ เป็นกรรรมการในคณะกรรมการนโยบายและพัฒนาการศึกษา ตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 84/2558 ลงวันที่ 17 มีนาคม 2558 เพิ่มเติม ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม 2558 เป็นต้นไป ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา (นายกรัฐมนตรี) วันที่ 27 มีนาคม 2558

วิถีปฏิบัติในการเล่นน้ำในประเพณีสงกรานต์ตามวิถีไทย

วิถีปฏิบัติในการเล่นน้ำในประเพณีสงกรานต์ตามวิถีไทย คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบการจัดทำวิถีปฏิบัติในการเล่นน้ำสงกรานต์ เพื่อส่งเสริมนโยบายท่องเที่ยววิถีไทย พ.ศ.2558ตามที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (กก.) เสนอ และให้ กก. ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการ รวมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนและสาธารณะได้รับทราบอย่างทั่วถึงต่อไปด้วย สาระสำคัญของเรื่อง กก.รายงานว่า 1.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้มอบหมายให้กรมการท่องเที่ยวจัดทำวิถีปฏิบัติในการเล่นน้ำสงกรานต์ เพื่อส่งเสริมนโยบายปีท่องเที่ยววิถีไทย พ.ศ.2558 2.กรมการท่องเที่ยวได้จัดทำวิถีปฏิบัติในการเล่นน้ำสงกรานต์ เพื่อส่งเสริมนโยบายปีท่องเที่ยววิถีไทย เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนชาวไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเล่นน้ำในประเพณีสงกรานต์อย่างมีวัฒนธรรม สอดคล้องกับวัฒนธรรมที่มีแต่ดั้งเดิม และส่งเสริมภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยววิถีไทย ดังนี้ 2.1การแต่งกายให้สุภาพเรียบร้อย ไม่ใส่เสื้อผ้าที่ล่อแหลมโดยรณรงค์ให้ใส่ผ้าไทย ผ้าพื้นเมือง หรือเสื้อลายดอก 2.2การห้ามจำหน่ายและห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในบริเวณที่มีการจัดกิจกรรมงานสงกรานต์ 2.3การห้ามเล่นน้ำที่มีสิ่งเจือปน แป้ง น้ำแข็ง และโฟม 2.4การห้ามใช้ปืนฉีดน้ำแรงดันสูง หรืออุปกรณ์เล่นน้ำที่อาจเกิดอันตราย โดยรณรงค์ให้ใช้ขันน้ำตามประเพณีและวัฒนธรรมดั้งเดิม 2.5การห้ามขับรถกระบะบรรทุกน้ำในการเล่นน้ำสงกรานต์ไปในที่ชุมชนหรือบริเวณจัดงาน 2.6การแสดงภาพลักษณ์ที่เหมาะสมในการเล่นน้ำสงกรานต์โดยรณรงค์ไม่ให้มีการแสดงหรือการเต้นที่ไม่เหมาะสมกับวัฒนธรรมไทย 2.7หากมีการจัดกิจกรรมอื่น ๆ เพื่อส่งเสริมประเพณีงานสงกรานต์ ขอให้จัดกิจกรรมที่สอดคล้องและส่งเสริมประเพณีไทย 2.8ขอให้มีการกำหนดเวลาการเล่นน้ำที่ชัดเจน เพื่อป้องกันปัญหาการจราจร และการเกิดอาชญากรรมในยามวิกาล ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา (นายกรัฐมนตรี) วันที่27มีนาคม2558

ขออนุมัติการจัดทำและลงนามความตกลงการจัดตั้งสำนักเลขาธิการระดับภูมิภาคสำหรับการดำเนินการตามข้อตกลงร่วมว่าด้วยการยอมรับคุณสมบัติวิชาชีพด้านการท่องเที่ยวอาเซียน

ขออนุมัติการจัดทำและลงนามความตกลงการจัดตั้งสำนักเลขาธิการระดับภูมิภาคสำหรับการดำเนินการตามข้อตกลงร่วมว่าด้วยการยอมรับคุณสมบัติวิชาชีพด้านการท่องเที่ยวอาเซียน คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (กก.) เสนอ ดังนี้ 1. การจัดทำและลงนามความตกลงการจัดตั้งสำนักเลขาธิการระดับภูมิภาคสำหรับการดำเนินการตามข้อตกลงร่วมว่าด้วยการยอมรับคุณสมบัติวิชาชีพด้านการท่องเที่ยวอาเซียน (Agreement on the Establishment of the Regional Secretariat for the Implementation of the ASEAN Mutual Recognition Arrangement on Tourism Professions) ทั้งนี้ หากก่อนลงนามมีความจำเป็นต้องปรับปรุงแก้ไขความตกลงฯ ในส่วนที่ไม่ใช่สาระสำคัญ ให้ กก. พิจารณาดำเนินการในเรื่องนั้น ๆ แทนคณะรัฐมนตรีโดยไม่ต้องนำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอีกครั้ง 2. ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเป็นผู้ลงนามความตกลงการจัดตั้งสำนักเลขาธิการระดับภูมิภาคสำหรับการดำเนินการตามข้อตกลงร่วมว่าด้วยการยอมรับคุณสมบัติวิชาชีพด้านการท่องเที่ยวอาเซียน (โดยระบุตำแหน่ง) 3. ให้กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) จัดทำหนังสือมอบอำนาจเต็ม (Full Powers) ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาในการลงนามความตกลงฯ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา (นายกรัฐมนตรี) วันที่ 27 มีนาคม 2558

ขอความเห็นชอบร่างแผนยุทธศาสตร์ด้านโทรคมนาคมและสารสนเทศของเอเปค ปี 2559 ถึง 2563

ขอความเห็นชอบร่างแผนยุทธศาสตร์ด้านโทรคมนาคมและสารสนเทศของเอเปค ปี 2559 ถึง 2563 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบและอนุมัติตามที่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ทก.) เสนอ ดังนี้ 1. เห็นชอบร่างแผนยุทธศาสตร์ด้านโทรคมนาคมและสารสนเทศของเอเปค ปี 2559 ถึง 2563 ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นต้องแก้ไขร่างเอกสารดังกล่าวที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสาระสำคัญหรือไม่ขัดต่อผลประโยชน์ของประเทศไทย ให้ ทก. ดำเนินการได้โดยไม่ต้องนำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอีกครั้ง 2. อนุมัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายร่วมรับรองแผนยุทธศาสตร์ด้านโทรคมนาคมและสารสนเทศของเอเปค ปี 2559 ถึง 2563 สาระสำคัญของเรื่อง ร่างแผนยุทธศาสตร์ของคณะทำงานเอเปคด้านโทรคมนาคมและสารสนเทศ ปี 2559 ถึง 2563 เป็นเอกสารที่รัฐมนตรีที่กำกับดูแลด้านโทรคมนาคมและเทคโนโลยีสารสนเทศของเขตเศรษฐกิจเอเปคจะให้การรับรองในระหว่างการประชุมเพื่อแสดงเจตนารมณ์ในการขับเคลื่อนความร่วมมือด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) โดยสาระสำคัญของร่างแผนยุทธศาสตร์ดังกล่าวประกอบด้วย 4 ยุทธศาสตร์หลัก ดังนี้ 1. การพัฒนาและการเร่งสร้างนวัตกรรม มีเป้าหมายในการกระตุ้นให้เกิดการใช้ประโยชน์จากไอซีทีเชิงนวัตกรรมและสร้างสรรค์ โดยมีแผนการดำเนินงาน ได้แก่ 1.1 การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านความเชื่อมโยงในภูมิภาคเอเปค การวิเคราะห์ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสังคมเพื่อส่งเสริมการลงทุนทางด้านโครงสร้างพื้นฐาน การผลักดันให้เกิดการใช้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการพัฒนาทักษะทางดิจิทัลให้กับประชาชน 1.2 การพัฒนาความรู้ความเข้าใจร่วมกันของกฎระเบียบและแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศด้านนโยบาย การศึกษาข้อมูลเชิงลึกของผู้บริโภคและแนวโน้มด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ 1.3 การแสวงหาโอกาสเชิงกลยุทธ์ในการใช้เทคโนโลยีไอซีทีระหว่างสมาชิกเขตเศรษฐกิจเอเปค 1.4 การสนับสนุนการเป็นผู้นำทางความคิดเกี่ยวกับไอซีทีโดยผ่านกลไกหุ้นส่วนความร่วมมือระหว่างผู้นำด้านไอซีทีจากหน่วยงานภาคอุตสาหกรรม ภาครัฐ และนักวิชาการในการแลกเปลี่ยนความรู้ 2. การส่งเสริมสภาวะแวดล้อมด้านไอซีทีที่มีความปลอดภัยและเชื่อถือได้ มีเป้าหมายมุ่งเน้นการส่งเสริมความเชื่อมั่นในการใช้ไอซีทีสำหรับภาคธุรกิจและการค้า โดยมีแผนการดำเนินงาน ดังนี้ 2.1 การสนับสนุนและเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ 2.2 การสร้างความตระหนักด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ 2.3 การพัฒนาศักยภาพและทักษะให้กับบุคลากรไอซีทีและผู้บริโภคด้านความมั่นคงปลอดภัยทางสารสนเทศ 2.4 การสนับสนุนความร่วมมือระหว่างเขตเศรษฐกิจเอเปค 3. การส่งเสริมการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค มีเป้าหมายมุ่งเน้นความสอดคล้องด้านกฎระเบียบและด้านเทคนิค โดยมีแผนการดำเนินงาน ได้แก่ 3.1 การส่งเสริมการเปิดเสรีการค้าโดยการพัฒนามาตรฐานข้อมูลในระดับสากล 3.2 การส่งเสริมความเชื่อมโยงระดับสถาบัน โดยการสร้างสภาวะแวดล้อมที่มีกฎระเบียบเอื้อต่อการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจ การส่งเสริมการเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างสมาชิกเขตเศรษฐกิจ การพัฒนาเทคโนโลยีการเชื่อมต่อและการสื่อสารระหว่างอุปกรณ์และเครื่องมือต่าง ๆ ทางอินเทอร์เน็ต (Internet of Things) เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจ 3.3 การส่งเสริมความเชื่อมโยงระดับประชาชนโดยการพัฒนาทักษะด้านไอซีทีเพื่อเพิ่มโอกาสในการเคลื่อนย้ายบุคลากรวิชาชีพด้านไอซีที การพัฒนาไอซีทีให้รองรับความหลากหลายทางวัฒนธรรม และการลดอัตราค่าบริการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ระหว่างเขตเศรษฐกิจเอเปค 4. การสร้างความร่วมมือในการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลให้มีความเข้มแข็ง มีเป้าหมายในการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ โดยมีแผนการดำเนินงาน ได้แก่ 4.1 การส่งเสริมการบูรณาการการทำงานร่วมกับคณะทำงานเอเปคสาขาอื่น ๆ เพื่อสนับสนุนการเป็นผู้นำทางความคิดและการให้คำปรึกษา การร่วมกันจัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับไอซีที 4.2 การส่งเสริมความร่วมมืออย่างกว้างขวางกับภาคอุตสาหกรรม องค์กรพหุภาคี หน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานทางวิชาการที่เกี่ยวข้องกับอินเทอร์เน็ต เพื่อร่วมกันพัฒนา ดำเนินการ และส่งเสริมแนวคิดริเริ่มด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ การสร้างความรับผิดชอบต่อสังคม การปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล 5. ร่างแผนยุทธศาสตร์ด้านโทรคมนาคมและสารสนเทศของเอเปค ปี 2559 ถึง 2563 เป็นเอกสารที่นำเสนอและให้การรับรองโดยที่ประชุม APEC TELMIN ครั้งที่ 10 ไม่มีการลงนาม เพื่อใช้เป็นแนวทางในการดำเนินความร่วมมือด้านโทรคมนาคมและสารสนเทศของสมาชิกเขตเศรษฐกิจเอเปค และหลักการพื้นฐานของเอเปคจะเป็นไปโดยความสมัครใจและไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย ดังนั้น ร่างเอกสารดังกล่าวจึงไม่น่าจะเข้าข่ายเป็นสนธิสัญญาตามกฎหมายระหว่างประเทศและหนังสือสัญญาตามมาตรา 23 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา (นายกรัฐมนตรี) วันที่ 27 มีนาคม 2558

การเปิดจุดผ่อนปรนการค้าพิเศษด่านสิงขร

การเปิดจุดผ่อนปรนการค้าพิเศษด่านสิงขร คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบการเปิดจุดผ่อนปรนการค้าพิเศษด่านสิงขร ตามที่กระทรวงมหาดไทย เสนอ ดังนี้ 1. เห็นชอบให้มีการเปิด “จุดผ่อนปรนการค้าพิเศษด่านสิงขร” ตามข้อเสนอของกระทรวงมหาดไทยและจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ควบคู่ไปกับการรอการรับรองผลการสำรวจภูมิประเทศร่วมของคณะกรรมการเขตแดนร่วมไทย - เมียนมา 2. ให้กระทรวงมหาดไทยและจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ไปดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งนำข้อคิดเห็นของที่ประชุมมติคณะอนุกรรมการพิจารณาการเปิดจุดผ่านแดนตามที่สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ครั้งที่ 2/2558 เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2558 ไปพิจารณาดำเนินการเพื่อมิให้เกิดผลกระทบต่อเขตแดนและปัญหาด้านความมั่นคงต่อไป สาระสำคัญของเรื่อง มท. รายงานว่า 1. ปัจจุบันจุดผ่อนปรนทางการค้าด่านสิงขรมีการพัฒนาความพร้อมในด้านต่าง ๆ และการเจริญเติบโตของการค้าชายแดน รวมทั้งได้รับความสนใจจากภาคธุรกิจทั้งชาวไทยและชาวเมียนมาในการพัฒนาการค้าและการลงทุนระหว่างกัน ประกอบกับให้มีการลงนามสถาปนาความสัมพันธ์เมืองพี่เมืองน้องของจังหวัดมะริดและจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ร่วมกันอย่างเป็นทางการแล้ว แต่การเดินทางเข้าออกยังคงจำกัดอยู่เพียงแค่ที่ตั้งด่านเท่านั้น 2. ที่ตั้งของด่านสิงขรมีศักยภาพในการเชื่อมโยงทางการค้า การท่องเที่ยว และการคมนาคมขนส่งระหว่างกัน รวมทั้งสภาพโครงสร้างพื้นฐานและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานมีความพร้อมที่จะรองรับการดำเนินงานดังกล่าว อีกทั้งไม่มีประเด็นปัญหาด้านความมั่นคงที่รุนแรง ซึ่งทางจังหวัดได้มีการประชุมวางมาตรการในการควบคุมดูแลไว้ด้วยแล้ว การชะลอการใช้ช่องทางด่านสิงขรจะทำให้ฝ่ายไทยสูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจอย่างมากดังนั้น ควรหาแนวทางที่สามารถดำเนินการได้เพื่อให้สามารถใช้ช่องทางดังกล่าวในการเดินทางควบคู่ไปกับการรอการรับรองผลการสำรวจภูมิประเทศร่วมของคณะกรรมการเขตแดนร่วมไทย –เมียนมา 3. จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้ประชุมหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่เพื่อพิจารณาแนวทางที่สามารถส่งเสริมและพัฒนาการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว ระหว่างกัน โดยเห็นว่าควรเปิดเป็น “จุดผ่อนปรนการค้าพิเศษด่านสิงขร” โดยมีการดำเนินการเพิ่มเติมใน 3 ประเด็น คือ 1) พื้นที่อนุญาตในการเดินทางให้สามารถเดินทางได้ถึงอำเภอเมืองประจวบฯ 2) เอกสารที่ใช้ในการเดินทาง คือ หนังสือเดินทาง (Passport) บัตรผ่านแดน (Border Pass) และบัตรผ่านแดนชั่วคราว (Temporary Border Pass) และ 3) ระยะเวลาให้พำนักได้ 1 คืน ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา (นายกรัฐมนตรี) วันที่ 27 มีนาคม 2558-

ผลการสำรวจแรงงานนอกระบบ พ.ศ. 2557

ผลการสำรวจแรงงานนอกระบบ พ.ศ. 2557 คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบผลการสำรวจแรงงานนอกระบบ พ.ศ. 2557 ตามที่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ทก.) เสนอ สาระสำคัญของเรื่อง ทก. โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) ได้ทำการสำรวจแรงงานนอกระบบเป็นประจำทุกปี โดยสอบถามประชากรที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป ด้วยวิธีการสุ่มตัวอย่าง ทุกจังหวัดทั่วประเทศ โดยมีครัวเรือนตัวอย่าง จำนวน 83,880 ครัวเรือน คิดเป็นจำนวนประชากรที่เป็นตัวอย่างประมาณ293,580 คน ซึ่งขนาดตัวอย่างดังกล่าวนำเสนอข้อมูลในระดับจังหวัด ภาค และยอดรวมทั้งประเทศ สำหรับ แนวคิดและคำนิยามที่ใช้ในการสำรวจใช้ตามสภาพที่เหมาะสมกับประเทศไทย และตามข้อเสนอแนะจากผู้เชี่ยวชาญองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) และหน่วยงานสหประชาชาติ (UN) สำหรับ พ.ศ. 2557 ในภาพรวมแรงงานนอกระบบมีจำนวนลดลง 3.0 แสนคน (จาก 25.1 ล้านคน เป็น 22.1 ล้านคน) เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2556 ซึ่งสรุปสาระสำคัญจากการสำรวจได้ ดังนี้ 1. จำนวนแรงงานนอกระบบ ในจำนวนผู้มีงานทำทั้งสิ้น 38.4 ล้านคน เป็นแรงงานนอกระบบ 22.1 ล้านคน หรือร้อยละ 57.6 และแรงงานในระบบ 16.3 ล้านคน หรือร้อยละ 42.4 สำหรับแรงงานนอกระบบ เมื่อพิจารณาตามเพศ พบว่า เพศชายมีจำนวนมากกว่าเพศหญิงเล็กน้อย คือเพศชาย 12.1 ล้านคน หรือร้อยละ 54.8 และเพศหญิง 10.0 ล้านคน หรือร้อยละ 45.2 ของแรงงานนอกระบบทั้งหมด นอกจากนั้นแรงงานนอกระบบทำงานอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมากที่สุดร้อยละ 35.1 รองลงมาเป็นภาคกลางร้อยละ 22.8 ภาคเหนือร้อยละ 21.4 ภาคใต้ร้อยละ 13.7 และกรุงเทพมหานครร้อยละ 7.0 2. ระดับการศึกษาที่สำเร็จของแรงงานนอกระบบ พบว่า ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่สำเร็จการศึกษาในระดับประถมศึกษาและต่ำกว่ามากที่สุด ประมาณ 14.0 ล้านคน หรือร้อยละ 63.4 รองลงมาเป็นระดับมัธยมศึกษา 6.2 ล้านคน หรือร้อยละ 28.1 และระดับอุดมศึกษา 1.8 ล้านคน หรือร้อยละ 8.2 3. การประกอบกิจกรรมทางเศรษฐกิจของแรงงานนอกระบบ พบว่า แรงงานนอกระบบมากกว่าครึ่งหนึ่งทำงานอยู่ในภาคเกษตรกรรมโดยมีจำนวนถึง 12.5 ล้านคน หรือร้อยละ 56.9 รองลงมาทำงานอยู่ในภาคการค้าและการบริการจำนวน 7.2 ล้านคน หรือร้อยละ 32.4 และภาคการผลิตจำนวน 2.4 ล้านคน หรือร้อยละ 10.7 4. การได้รับบาดเจ็บหรืออุบัติเหตุจากการทำงาน มีจำนวน 3.9 ล้านคน จากจำนวนแรงงานนอกระบบ 22.1 ล้านคน โดยลักษณะของการเกิดอุบัติเหตุหรือบาดเจ็บเกิดจากการถูกของมีคมบาดมากที่สุดร้อยละ 64.5 รองลงมาเป็นพลัดตกหกล้ม ร้อยละ 17.9 การชนและกระแทกร้อยละ 6.5 ไฟไหม้หรือน้ำร้อนลวกร้อยละ 4.9 อุบัติเหตุจากยานพาหนะร้อยละ 2.7 ได้รับสารเคมีเป็นพิษร้อยละ 1.8 และไฟฟ้าช็อตร้อยละ 0.5 5. ปัญหาของแรงงานนอกระบบ จากผลการสำรวจแรงงานนอกระบบต่อปัญหาต่าง ๆ จากการทำงานเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ใช้เป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหา พบว่า ปัญหาจากการทำงานที่แรงงานนอกระบบต้องการให้ภาครัฐช่วยเหลือมากที่สุด คือ ปัญหาการเกี่ยวกับค่าตอบแทนร้อยละ 52.6 รองลงมาเป็นการทำงานหนักร้อยละ 20.2 และงานที่ทำไม่ได้รับการจ้างอย่างต่อเนื่องร้อยละ 15.5 และอื่นๆ เช่น ไม่มีสวัสดิการ ไม่มีวันหยุด ทำงานไม่ตรงเวลาปกติ ชั่วโมงทำงานมากเกินไปและลาพักผ่อนไม่ได้เป็นต้น ปัญหาสภาพแวดล้อมในการทำงาน ที่แรงงานนอกระบบประสบมากที่สุด คือ อิริยาบถในการทำงาน (ไม่ค่อยได้เปลี่ยนลักษณะท่าทางในการทำงาน) ร้อยละ 39.5 มีฝุ่น ควัน กลิ่น ร้อยละ 25.6 และมีแสงสว่างไม่เพียงพอร้อยละ 15.0 ปัญหาความไม่ปลอดภัยในการทำงาน ส่วนใหญ่ ได้รับสารเคมีเป็นพิษร้อยละ 62.7 เครื่องจักร เครื่องมือ ที่เป็นอันตรายร้อยละ 17.2 และทำงานในที่สูง/ใต้น้ำ/ใต้ดินร้อยละ 6.0 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา (นายกรัฐมนตรี) วันที่ 27 มีนาคม 2558
ข่าว​เด่น​ทั้งหมด »


   
×

Message

Content unpublished

   

   

SME

   

BAACx60

   

CPALLxx

   
000579687
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
6056
12434
33295
479575
326982
252705
579687

Your IP: 54.167.175.216
Tue, 31 Mar 2015 05:20:11 +0000
   
© ALLROUNDER
บริษัท เพาเวอร์ ไทม์ มีเดีย จำกัด
: 387/9 ลาดพร้าว 87 แยก 9 วังทองหลาง กทม.10310
โทรศัพท์ : 081-431-6381 แฟกซ์ : 02-530-4424 
Emai : icorehoon@yahoo.com ,ipipat.n@gmail.com